วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สลด! พ่อเฒ่า 75 นครพนมมีอาการทางประสาทไร้เงินรักษา-ลูกหลานต้องล่ามโซ่

นครพนม - อบต.ท่าค้อร้องสื่อ หลังพบคุณตาวัย 75 ปี มีอาการทางประสาท
ถูกลูกชายล่ามโซ่ไว้กับบ้าน อยู่กับหลาน ป้องกันไม่ให้อาละวาดเพื่อนบ้าน
เพราะฐานะยากจนไม่มีเงินรักษาให้หายขาด

นายประจิต คำพิมพ์ อายุ 34 ปี สมาชิกสภา อบต.บ้านเมืองเก่า หมู่ 2
ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า
ที่หมู่บ้านของตนมีชายวัย 75 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
ป่วยเป็นโรคอาการทางประสาทถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้าน มานานเกือบ 20 ปี
ซึ่งมีฐานะยากจนอาศัยอยู่กับหลาน ไม่มีเงินรักษา
ชาวบ้านจึงเกิดความสลดหดหู่ ไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ
นำตัวไปรักษาจึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง มาตรวจสอบดูแลหาทางรักษาด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 11
หมู่ 2 บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ซึ่งสภาพเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ภายในบ้านพบนายโฮม
บัวดา อายุ 75 ปี ในสภาพร่างกายซูบผอม นอนอยู่ในสภาพมีโซ่เหล็ก ยาวประมาณ
2 เมตร ล่ามติดกับบ้าน ล็อกด้วยกุญแจที่ข้อเท้าด้านซ้าย

เมื่อสอบถาม นางสาวทิพย์สุดา บัวดา อายุ 18 ปี
ผู้เป็นหลานสาวอาศัยอยู่ในบ้าน เล่าว่า ตนเป็นหลานสาวของนายโฮม
เกิดมาก็พบว่าคุณตามีอาการทางประสาทแล้ว โดยพ่อของตน
ซึ่งเป็นลูกคนโตของคุณตา ไม่มีเงินพาไปรักษาให้หายขาด เพราะมีฐานะยากจน
หาเช้ากินค่ำเคยไปติดต่อรับยามาจากโรงพยาบาลจิตเวชนครพนม แต่ไม่หายดี
เพราะไม่ได้กินยาต่อเนื่อง และไม่มีเงินไปหาหมอ
ทำให้พ่อของตนต้องใช้วิธีล่ามโซ่คุณตาติดไว้กับบ้าน
เพราะบางครั้งจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งโวยวาย ด่าทอคนอื่นเป็นประจำ
เกรงว่าจะไปที่อื่นและทำร้ายคนสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อชาวบ้าน
เพราะพ่อต้องไปทำงานรับจ้าง ไม่มีใครดูแล

นางสาวทิพย์สุดา กล่าวต่อว่า พอตนโตมีครอบครัว
พ่อก็ไปทำงานที่อื่น เพราะต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัว
ปล่อยให้ตนดูแลต่อตามมีตามเกิดกับแฟนที่ทำงานรับจ้างรายวัน
เคยร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
จึงอยากวอนให้ผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานเกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ
เพราะจนปัญญาจะพาไปรักษา
มีวิธีเดียวก็คือล่ามโซ่ไว้ไม่ให้ไปสร้างปัญหากับคนอื่นในหมู่บ้าน
เท่านั้น

ทางด้านนายประจิต คำพิมพ์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เล่าว่า นายโฮม
บัวดา มีลูกทั้งหมด 5 คน
แต่แยกย้ายไปทำงานดินรนหาเงินเลี้ยงชีพต่างถิ่นกันหมด
ทิ้งให้นายโฮมอยู่กับนางสาวทิพย์สุดา
บัวดาและหลานเขยที่มีอาชีพทำงานรับจ้างรายวัน ส่วนสาเหตุทราบว่า
เกิดจากเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน นางสมเพศ บัวดา ขณะนั้นอายุประมาณ 55 ปี
ผู้เป็นภรรยาของนายโฮมเสียชีวิต หลังจากคลอดบุตรคนที่ 5 ประมาณ 20 วัน
ทำให้นายโฮมเสียใจมาก เกิดอาการเครียดและเกิดอาการทางประสาทตั้งแต่นั้นมา

อาการของนายโฮมได้รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนลูกคนอื่นๆ
ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวและไปทำงาน เพื่อความอยู่รอด เพราะฐานะยากจน
จึงทิ้งให้อยู่กับหลานสาวและหลานเขย ตามลำพัง นานๆ ครั้งลูกๆ
จึงกลับมาเยี่ยม
ซึ่งเพื่อนบ้านเคยพาไปติดต่อรับยาจากโรงพยาบาลจิตเวชมาให้กินก็ดีขึ้นแค่
ระยะหนึ่งแล้วก็เป็นอีก

สำหรับอาการจะคลุ้มคลั่ง พูดคุยไม่รู้เรื่อง ชอบด่าทอชาวบ้าน
โวยวาย พูดจาเพ้อเจ้อ คุยไม่รู้เรื่อง
จนต้องใช้วิธีผูกโซ่เหล็กล่ามติดกับบ้านไว้ตลอด
พอถึงเวลากินข้าวก็จะหามาให้กิน
จากนั้นก็จะให้กินยาที่โรงพยาบาลจิตเวชให้มา เพื่อจะทำให้นายโฮมนอนหลับ

นายประจิต เล่าอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือนั้น ทาง
อบต.ท่าค้อก็มีแค่งบประมาณเบี้ยยังชีพคนแก่เดือนละ 500 บาท เท่านั้น
เคยติดต่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องก็เคยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจิตเวช
มาดูแลให้ยามากินบรรเทาอาการ แล้วก็เงียบหายไป
ตนกับคนในหมู่บ้านมีความรู้สึกหดหู่ในความเป็นอยู่ของครอบครัวดังกล่าวมานาน
หลายปี จนกระทั่งรู้สึกว่าอาการของนายโฮมหนักขึ้นเรื่อยๆ
จึงไปปรึกษากับคนในหมู่บ้านและร้องเรียนผ่านมายังสื่อมวลชน
วิงวอนให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาดูแลหาทางช่วยเหลือ
เนื่องจากที่ผ่านมาแจ้งไปก็ไม่มีใครมาสนใจ
อีกทั้งสภาพคนที่ถูกล่ามโซ่ตนคิดว่าในสังคมไทยไม่น่าจะมีอีกแล้ว
ที่สำคัญตนเชื่อว่าหากนายโฮมได้รับการรักษาที่ดีต่อเนื่องคงหายเป็นปกติได้
เพราะไม่ได้เป็นแต่กำเนิด แต่หากปล่อยทิ้งไว้คงรอเพียงแค่ให้หมดลมหายใ
เพราะแค่หาเงินซื้อข้าวกินก็ยังลำบาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072726

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น