วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ตำรวจน้ำ-ทหารนครพนมยึดกล้วยไม้-สัตว์ป่าต้องห้ามมูลค่ากว่า 2 แสนบ.

นครพนม- สนธิกำลังทหารเรือ-ตำรวจนครพนม ยึดกล้วยไม้หวงห้าม
พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครองที่ขนจากลาวผ่านจุดผ่อนปรนท่าอุเทน มูลค่ากว่า 2
แสนบาท

วันนี้ (22 มิ.ย.) นายประสิทธิ์ พุทธบูชา
หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม ร่วมกับ นายสมชาติ วิสารทพงศ์
หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม นาวาเอก สุเทพ บุญศรี
หัวหน้าสถานีเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
และกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน
นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการลักลอบค้าพืชอนุรักษ์หวงห้าม
และสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง บริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว
ในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
ที่มีการเปิดให้ประชาชนทำการค้าขาย ทุกวันจันทร์
กับวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์

ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับรายงานว่า
มีการลักลอบนำพันธุ์พืชจำพวกกล้วยไม้อนุรักษ์หวงห้าม
และสัตว์ป่าคุ้มครองว่าด้วยอนุสัญญาไซเตท
มาขายส่งออกไปยังต่างจังหวัดจำนวนมาก

ผลจากการตรวจสอบพบมีการลักลอบขนกล้วยไม้หลายชนิด
ที่นิยมซื้อขายกันตามตลาดกล้วยไม้ มีพันธุ์ตระกูลช้าง ช้างกะ แววมยุรา
ปรงสีฟัน เอื้องคำ และเฟินหางหงษ์ ซึ่งถือเป็นกล้วยไม้ที่มาราคาแพง
เมื่อส่งถึงกรุงเทพมหานคร ซื้อขายกันประมาณต้นละ 1,000-2,000 บาท
มูลค่ารวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท

โดยบรรจุใส่กระสอบปุ๋ยมาวางริมฝั่งแม่น้ำโขง รอขนส่งต่อไปขาย
แต่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงตรวจยึดเป็นของกลาง มีน้ำหนักรวมประมาณ
100 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง ชะมดหางปล้อง
น้ำหนักตัวละประมาณ 5-10 กิโลกรัม ได้จำนวน 3 ตัว และซากหัว และเนื้อ
กวางอีก จำนวน 1 ตัว

นายประสิทธิ์ พุทธบูชา หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม กล่าวว่า
สำหรับการตรวจยึดครั้งนี้ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย
เพื่อเป็นการป้องกันลักลอบค้าสัตว์ป่าสงวน และคุ้มครอง
เนื่องจากปัจจุบันพบว่าตามแนวชายแดนมีการลักลอบนำมาจากประเทศเพื่อนบ้านมา
ขายจำนวนมาก อีกทั้งป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางสัตว์
ซึ่งปัจจุบันมีโรคระบาดหลายชนิดที่อันตราย

การจับกุมจะเน้นการตรวจยึด และขอความร่วมมือ ป้องกันปราม
เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน ที่อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หากมีการดำเนินคดี

ทางด้าน นายสมชาติ วิสารทพงศ์ หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม กล่าวว่า
ปัจจุบันพบว่าตามชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง มีการลักลอบนำพืชอนุรักษ์หวงห้าม
ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช 2518 ข้ามมาจำหน่ายจำนวนมาก
โดยเฉพาะกล้วยไม้พันธุ์ที่นิยมซื้อขาย
ซึ่งราคาที่นำข้ามมาตามจุดผ่อนปรนไม่แพง ต่อเมื่อส่งไปขายต่อที่กรุงเทพฯ
จะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ซึ่งถือเป็นการผิดสัญญาว่าด้วยอนุสัญญาไซเตท
ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าของไทยกับต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้มีการระดม คุมเข้มตรวจสอบ การลักลอบนำข้ามมาขาย
ซึ่งส่วนใหญ่จะถือโอกาสในวันที่มีการเปิดตลาดนัดไทย-ลาว
ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการออกตรวจสอบ พร้อมยึดเป็นของกลาง
เมื่อพบว่ามีการครอบครองเกินกฎหมายกำหนด ประมาณคนละไม่เกิน 20 ต้น
และมีการขอความร่วมมือกับแม่ค้า ทั้งไทย-ลาว ด้วย ซึ่งพื้นที่นครพนม
ถือเป็นเป้าหมายที่มีการลักลอบนำเข้ามากที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น