รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อ้างแอบแฝงการเมือง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้( 5 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่หน้าอาคารคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนมนายสมัย จันทะรัง อายุ 42 ปี
แกนนำคนเสื้อแดงนครพนม พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน
ได้ออกมาชุมนุมคัดค้าน กรณีที่ ม.นครพนม มีการประชุมหารือเพื่อเสนอชื่อ
นายอนุทิน ชาญวีระกูล อดีต รมช.กระทรวงสาธารณสุข
และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 111 คน
ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นบุตรชายของ มท.1 นายชวรัตน์
ชาญวีระกูล หน.พรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน
เข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต ซึ่งทางมหาวิทยาลัยนครพนม
จะมีการการจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน 2552 นี้
ในหนังสือคัดค้าน ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีระกุล
ไม่มีความเหมาะสมเป็นบุคคลที่สมควรจะได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต
เนื่องจากไม่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชาวนครพนม
อีกทั้งเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ เชื่อว่า
ในการเสนอชื่อครั้งนี้เป็นการแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง ที่มี
รศ.ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยนครพนม
อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 1 ใน 111 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง
ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นกรรมการของสภามหาวิทยาลัยนครพนม ช่วยผลักดัน
ซึ่งมีบุคคลที่สมควรจะได้รับอีกหลายคน แต่ไม่มีการพิจารณาเสนอ
จึงต้องมีการชุมนุมคัดค้านเพื่อความเป็นธรรม
นายสมัย ได้อ่านวัตถุประสงค์การคัดค้าน
ผ่านเครื่องขยายเสียงบริเวณด้านหน้าอาคารศิลปะศาสตร์ ให้คณาจารย์
และนักศึกษา ได้รับทราบ ก่อนยื่นหนังสือต่อ สภามหาวิทยาลัยนครพนม
เพื่อคัดคัด การพิจารณา โดยมี รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ส่งตัวแทนมารับเรื่อง
และนำไปพิจารณาหารือกับทางกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ทางแกนนำยืนยันว่า จะคัดค้านให้ถึงที่สุดหากไม่ยกเลิกการเสนอชื่อ
ก่อนสลายตัวกลับ
ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ รศ.ดร.สุวิทย์
เลาหศิริวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม แต่ยังให้การปฏิเสธ
ขอประชุมหารือกับทางกรรมการบริหารสภามหาวิทยาลัยก่อนผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม
เติมว่า สำหรับมหาวิทยาลัยนครพนม ได้ผ่านการยกฐานะ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย
เมื่อปี 2548 ซึ่งมีการหลอมรวมเอาสถาบันการศึกษาในพื้นที่นครพนม 5 แห่ง
มาเป็นมหาวิทยาลัยนครพนม
โดยได้รับการผลักดันจากนักการเมืองของพรรคไทยรักไทย ในอดีต
ทำให้มีการนำนักการเมืองเข้ามาร่วมบริหาร
ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งจากฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น