วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กกต.นครพนม ดึงวิทยุชุมชนร่วมรณรงค์เลือกตั้ง 66 อบต.

นครพนม- ประธาน กกต.นครพนม ผนึกกำลังวิทยุชุมชนกว่า 30 แห่ง
รณรงค์เลือกตั้ง อบต.66 แห่งที่ใกล้หมดวาระ

นายธงชัย ชำนาญไพร ประธาน กกต.จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า
ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง อบต.ในพื้นที่จังหวัดนครพนม
จำนวน 66 แห่งที่จะหมดวาระลงในวันที่ 30
ก.ค.ซึ่งจะดำเนินการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 3-7
ส.ค.และเลือกตั้งในวันที่ 6
ก.ย.โดยในส่วนการจัดการเลือกตั้งนั้นไม่มีปัญหา
แต่ประเด็นสำคัญการเลือกตั้ง
อบต.ที่จะถึงนี้ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ
ตชด.และอีกหลายภาคส่วนเข้ามาดูแลความเรียบร้อยมากขึ้น

โดยเฉพาะการทุจริตเลือกตั้งและการต่อสู้ด้านการเมืองท้องถิ่นไม่ให้
มีความรุนแรงในลักษณะคุกคามซึ่งกันและกันเพราะสนามเลือกตั้ง
อบต.ในปัจจุบันจะร้อนแรงมากขึ้นซึ่งไม่เรียบง่ายเหมือนแต่ก่อนโดยจะดูตรงจุด
นี้พิเศษ

นายธงชัย ชำนาญไพร กล่าวอีกว่าในส่วนของการรณรงค์การเลือกตั้ง
อบต.66 แห่งนั้น ทาง กกต.จังหวัด
ได้มีการจัดประชุมให้ความรู้ผู้บริหารตลอดจน ดีเจวิทยุชุมชนจำนวนกว่า 30
สถานีทั่วจึงหวัดนครพนม
โดยดึงวิทยุชุมชนทุกแห่งเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์เลือกตั้งครั้งนี้
เนื่องจากวิทยุชุมชนมีกระจายอยู่ทุกพื้นที่อำเภอและใกล้ชิดกับประชาชนตาม
หมู่บ้านรับฟังกันมากโดยการมอบเอกสารหรือข่าว
กกต.ตลอดจนกฎระเบียบที่ถูกต้องในการปฏิบัติตนของผู้สมัคร อบต.

ตลอดจนการกระทำเข้าข่ายความผิดทุจริตเลือกตั้งพร้อมกับรณรงค์ให้
ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างโปร่งใสนอกจากนี้ยังให้ความรู้แก่เจ้า
ของสถานีวิทยุชุมชนและ
ดีเจ.ในสังกัดได้พูดตามกรอบที่กำหนดไว้และไม่พูดในข่ายที่กระทำผิดเลือกตั้ง
ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือกับวิทยุชุมชนในจังหวัดเป็นอย่างดี

ด้าน ดีเจเขยหล้าบ่าวปลาไหลไปแปดหลอด จากคลื่น Fm 105.50
วิทยุท้องถิ่นเพื่อชุมชนคนนครหมู่บ้านอัมพร 2 กล่าวว่า ที่ผ่านมา
วิทยุชุมชนกว่า 30 แห่งในจังหวัดจะอยู่ในรูปแบบชุมชน
ซึ่งก็มีการประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอด
และมีการกำหนดทิศทางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของรัฐสู่ประชาชนโดยงดพูดปลุก
เร้าประชาชนเรื่องการเมืองซึ่งการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นสนามเล็กสนามใหญ่ก็
จะเป็นส่วนหนึ่งในเผยแพร่ข่าวสารเลือกตั้ง กกต.

โดย ไม่มีการคิดเห็นหลักการพูดจะเน้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเวลา
ที่กำหนดพร้อมกับแฝงคำง่ายๆ
ให้ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์ด้วยความสุจริตใจโดยไม่รับเงินซื้อเสียงหรือ
เลือกผู้สมัครที่ใช้เงิน
เพราะใครใช้เงินซื้อเสียงให้คิดเสียว่าเขาเข้ามาโกงกินแน่นอน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073073

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สลด! พ่อเฒ่า 75 นครพนมมีอาการทางประสาทไร้เงินรักษา-ลูกหลานต้องล่ามโซ่

นครพนม - อบต.ท่าค้อร้องสื่อ หลังพบคุณตาวัย 75 ปี มีอาการทางประสาท
ถูกลูกชายล่ามโซ่ไว้กับบ้าน อยู่กับหลาน ป้องกันไม่ให้อาละวาดเพื่อนบ้าน
เพราะฐานะยากจนไม่มีเงินรักษาให้หายขาด

นายประจิต คำพิมพ์ อายุ 34 ปี สมาชิกสภา อบต.บ้านเมืองเก่า หมู่ 2
ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า
ที่หมู่บ้านของตนมีชายวัย 75 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
ป่วยเป็นโรคอาการทางประสาทถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้าน มานานเกือบ 20 ปี
ซึ่งมีฐานะยากจนอาศัยอยู่กับหลาน ไม่มีเงินรักษา
ชาวบ้านจึงเกิดความสลดหดหู่ ไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ
นำตัวไปรักษาจึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง มาตรวจสอบดูแลหาทางรักษาด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 11
หมู่ 2 บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ซึ่งสภาพเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ภายในบ้านพบนายโฮม
บัวดา อายุ 75 ปี ในสภาพร่างกายซูบผอม นอนอยู่ในสภาพมีโซ่เหล็ก ยาวประมาณ
2 เมตร ล่ามติดกับบ้าน ล็อกด้วยกุญแจที่ข้อเท้าด้านซ้าย

เมื่อสอบถาม นางสาวทิพย์สุดา บัวดา อายุ 18 ปี
ผู้เป็นหลานสาวอาศัยอยู่ในบ้าน เล่าว่า ตนเป็นหลานสาวของนายโฮม
เกิดมาก็พบว่าคุณตามีอาการทางประสาทแล้ว โดยพ่อของตน
ซึ่งเป็นลูกคนโตของคุณตา ไม่มีเงินพาไปรักษาให้หายขาด เพราะมีฐานะยากจน
หาเช้ากินค่ำเคยไปติดต่อรับยามาจากโรงพยาบาลจิตเวชนครพนม แต่ไม่หายดี
เพราะไม่ได้กินยาต่อเนื่อง และไม่มีเงินไปหาหมอ
ทำให้พ่อของตนต้องใช้วิธีล่ามโซ่คุณตาติดไว้กับบ้าน
เพราะบางครั้งจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งโวยวาย ด่าทอคนอื่นเป็นประจำ
เกรงว่าจะไปที่อื่นและทำร้ายคนสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อชาวบ้าน
เพราะพ่อต้องไปทำงานรับจ้าง ไม่มีใครดูแล

นางสาวทิพย์สุดา กล่าวต่อว่า พอตนโตมีครอบครัว
พ่อก็ไปทำงานที่อื่น เพราะต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัว
ปล่อยให้ตนดูแลต่อตามมีตามเกิดกับแฟนที่ทำงานรับจ้างรายวัน
เคยร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
จึงอยากวอนให้ผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานเกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ
เพราะจนปัญญาจะพาไปรักษา
มีวิธีเดียวก็คือล่ามโซ่ไว้ไม่ให้ไปสร้างปัญหากับคนอื่นในหมู่บ้าน
เท่านั้น

ทางด้านนายประจิต คำพิมพ์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เล่าว่า นายโฮม
บัวดา มีลูกทั้งหมด 5 คน
แต่แยกย้ายไปทำงานดินรนหาเงินเลี้ยงชีพต่างถิ่นกันหมด
ทิ้งให้นายโฮมอยู่กับนางสาวทิพย์สุดา
บัวดาและหลานเขยที่มีอาชีพทำงานรับจ้างรายวัน ส่วนสาเหตุทราบว่า
เกิดจากเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน นางสมเพศ บัวดา ขณะนั้นอายุประมาณ 55 ปี
ผู้เป็นภรรยาของนายโฮมเสียชีวิต หลังจากคลอดบุตรคนที่ 5 ประมาณ 20 วัน
ทำให้นายโฮมเสียใจมาก เกิดอาการเครียดและเกิดอาการทางประสาทตั้งแต่นั้นมา

อาการของนายโฮมได้รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนลูกคนอื่นๆ
ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวและไปทำงาน เพื่อความอยู่รอด เพราะฐานะยากจน
จึงทิ้งให้อยู่กับหลานสาวและหลานเขย ตามลำพัง นานๆ ครั้งลูกๆ
จึงกลับมาเยี่ยม
ซึ่งเพื่อนบ้านเคยพาไปติดต่อรับยาจากโรงพยาบาลจิตเวชมาให้กินก็ดีขึ้นแค่
ระยะหนึ่งแล้วก็เป็นอีก

สำหรับอาการจะคลุ้มคลั่ง พูดคุยไม่รู้เรื่อง ชอบด่าทอชาวบ้าน
โวยวาย พูดจาเพ้อเจ้อ คุยไม่รู้เรื่อง
จนต้องใช้วิธีผูกโซ่เหล็กล่ามติดกับบ้านไว้ตลอด
พอถึงเวลากินข้าวก็จะหามาให้กิน
จากนั้นก็จะให้กินยาที่โรงพยาบาลจิตเวชให้มา เพื่อจะทำให้นายโฮมนอนหลับ

นายประจิต เล่าอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือนั้น ทาง
อบต.ท่าค้อก็มีแค่งบประมาณเบี้ยยังชีพคนแก่เดือนละ 500 บาท เท่านั้น
เคยติดต่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องก็เคยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจิตเวช
มาดูแลให้ยามากินบรรเทาอาการ แล้วก็เงียบหายไป
ตนกับคนในหมู่บ้านมีความรู้สึกหดหู่ในความเป็นอยู่ของครอบครัวดังกล่าวมานาน
หลายปี จนกระทั่งรู้สึกว่าอาการของนายโฮมหนักขึ้นเรื่อยๆ
จึงไปปรึกษากับคนในหมู่บ้านและร้องเรียนผ่านมายังสื่อมวลชน
วิงวอนให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาดูแลหาทางช่วยเหลือ
เนื่องจากที่ผ่านมาแจ้งไปก็ไม่มีใครมาสนใจ
อีกทั้งสภาพคนที่ถูกล่ามโซ่ตนคิดว่าในสังคมไทยไม่น่าจะมีอีกแล้ว
ที่สำคัญตนเชื่อว่าหากนายโฮมได้รับการรักษาที่ดีต่อเนื่องคงหายเป็นปกติได้
เพราะไม่ได้เป็นแต่กำเนิด แต่หากปล่อยทิ้งไว้คงรอเพียงแค่ให้หมดลมหายใ
เพราะแค่หาเงินซื้อข้าวกินก็ยังลำบาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072726

แปลก! พบสุนัขเกลียดบุหรี่ที่นครพนม เจอคนสูบบุหรี่ต้องไล่ดับ

นครพนม - พบสุนัขพฤติกรรมแปลกเกลียดบุหรี่
เจอใครสูบบุหรี่ต้องใช้ลิ้นตวัดเลียให้ดับ
จนสิงอมควันในหมู่บ้านไม่อยากเข้าใกล้ เจ้าของเผยเคยสูบบุหรี่
แต่เมื่อสุนัขของตัวเองมีพฤติกรรมแบบบนี้จึงต้องเลิก

ที่จังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าวได้รุดตรวจสอบสุนัขของ นายประจิต
คำพิมพ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ซึ่งมีพฤติกรรมแปลกผิดจากสุนัขทั่วไปและสิงห์อมควันในหมู่บ้านต้องหลีกหนี
และต้องระมัดระวังตัวขณะสูบบุหรี่เพราะสุนัขตัวนี้เมื่อมันเห็นใครดูดบุหรี่
มันจะวิ่งเข้าไปหา เพื่อหาทางใช้ลิ้นเลียให้ดับทันที

นายประจิต คำพิมพ์ อายุ 34 ปี
เจ้าของสุนัขกล่าวว่าสุนัขตัวนี้ชื่อ จินนี่
เป็นสุนัขพันธุไทยเพศเมียตัวสีขาวอายุประมาณ 2 ปี
ตนเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเหมือนสุนัขบ้านอื่นๆ ตามหมู่บ้านชนบท
จากนั้นนายปราจิตได้พิสูจน์ให้ดูโดยนำบุหรี่มาจุดสูบพอเจ้าจินนี่เห็น
มันจึงแสดงพฤติกรรมแปลกให้เห็น โดยจะจ้องมองที่บุหรี่ตลอด
พอเจ้าของถือบุหรี่หย่อนในระดับที่ปากมันถึง
ก็จะตรงเข้าใช้ลิ้นเลียบุหรี่ที่ติดไฟให้ดับทันที

นายประจิต เล่าถึงที่มาให้อีกว่าฟังว่า เมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้ว
ตนได้ไปขอเจ้าจินนี่จากเพื่อนบ้านมาเลี้ยง จากนั้นมันอายุได้ประมาณ 6
เดือน สังเกตเห็นว่าเมื่อมันพบเห็นใครก็ตามดูดบุหรี่ จะเข้าไปจ้องมอง
แต่พอคนดูดบุหรี่ถือบุหรี่มาใกล้ปากมันจะใช้ลิ้นตวัดเลียให้ไฟบุหรี่ดับ
ทันที ซึ่งตนคิดว่ามันคงไม่ชอบควันบุหรี่
แต่ถือว่าแปลกเพราะสุนัขอีกสองตัวที่ตนเลี้ยงไว้ กับไม่มีพฤติกรรมแบบนี้

นอกจากนี้เมื่อมันพบเห็นว่าใครก็ตามทิ้งบุหรี่ลงพื้น
มันก็ตาตามไปดับทันที แม้กระทั่งเพื่อนบ้านที่มานั่งเล่นในบ้าน
เมื่อจินนี่เห็นว่าดูดบุหรี่
และมีโอกาสที่มันจะใช้ลิ้นตวัดดับได้มันจะดับบุหรี่ในมือคนดูดทันทีซึ่งมัน
ไม่กลัวว่าจะร้อนไฟจุดบุหรี่เลย โดยเฉพาะเจ้าของเอง แต่ก่อนเคยดูดบุหรี่
แต่พอเห็นจินนี่มีพฤติกรรมดังกล่าวจึงเลิกสูบได้เป็นปีแล้ว
ซึ่งตนคิดว่ามันคงไม่อยากให้ดูด โดยที่ไม่เคยฝึกมันเลย
พอชาวบ้านทราบข่าวก็พูดต่อกันจนดังไปทั่ว และให้ฉายามันว่าสุนัขดับบุหรี่


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072725

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาชีพเสริมพิสดาร! เลี้ยง "ต่อหัวเสือ" ขายทำเงินนับหมื่นต่อปี

นครพนม - อาชีพพิสดารชาวบ้านหนองแคน อำเภอวังยาง
จังหวัดนครพนมใช้พื้นที่สวน
ทุ่งนาพากันเลี้ยงต่อหัวเสื้อที่มีพิษร้ายถูกต่อยถึงตาย ขายทำเงินรังละ
500 บาท เผยสร้างรายได้ปีละนับหมื่นโดยไม่ต้องลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองแคน หมู่ 3 ต.ยอดชาติ อ.วังยาง
จ.นครพนม ชาวบ้านที่นี่กว่า 10 หลังคาเรือน
ได้ประกอบอาชีพพิศดารเสริมรายได้จากการทำการเกษตร
โดยใช้พื้นที่สวนหลังบ้าน และพื้นที่ตามทุ่งนา
เลี้ยงต่อหัวเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องพิษร้าย
เวลาถูกต่อชนิดนี้กัดต่อยจะเจ็บปวดมาก บางรายโชคร้ายถึงขั้นเสียชีวิต
แต่ในมุมกลับกันกลับกลายเป็นอาชีพทำเงินปีละนับหมื่นบาทต่อครอบครัว

นายสุวรรณ หงส์สา วัย 41 ปี
ชาวบ้านที่เลี้ยงตัวต่อชนิดนี้รายหนึ่งเล่าว่า
อาชีพเลี้ยงต่อทำเงินให้ชาวบ้านที่นี่มานานนับ 10 ปีแล้ว
ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นกลมกลืนกับวิถีธรรมชาติ
โดยผู้เลี้ยงต่อจะจับกลุ่มกันละ 3-4 คน
ออกหาเอารังต่อที่ทำรังในป่าใกล้หมู่บ้านในช่วงฤดูลงทำนา
แล้วนำมาผูกติดกับคานไม้ในสวนหลังบ้าน
หรือตามกิ่งไม้ตามทุ่งนานอกหมู่บ้านเฉลี่ยคนละ 40-50 รัง

หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวต่อหากินตามธรรมชาติอาหารของต่อ คือ
ปลาขนาดเล็ก เศษเนื้อ พร้อมกับการออกไข่และเกิดตัวอ่อนภายในรัง
โดยตัวอ่อนจะมากที่สุดคือในช่วงออกพรรษาหรือช่วงเกี่ยวข้าวใหม่

"เราจะขายได้ทันทีรังละ 500-600 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้
ว่าชอบรังไหน เมื่อตกลงราคาเราก็ลงมือนำคบไฟลนไล่ตัวแม่ต่อออกจากรังจนหมดแล้วก็นำรังต่อ
ที่มีดานลูกต่อเต็มรังมอบให้ลูกค้า
ซึ่งขั้นตอนตอนการออกหารังต่อและใช้ไฟลนรังต่อจะต้องระวังไม่ให้ตัวต่อกัด
มันจะเจ็บปวดมาก"

สำหรับลูกอ่อนของตัวต่อจะอร่อยมาก และมีโปรตีนสูง
สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู เช่น นึ่ง ลาบ หรือทำหมก ทั้งนี้
กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเงิน เช่น ข้าราชการมารับซื้อ
เพราะตัวต่ออ่อนหารับประทานยากมาก โดยต่อที่เลี้ยงจะขายหมดแทบไม่พอขาย

นายสุวรรณบอกว่า
ในแต่ละปีจะมีรายได้จากการขายรังต่อปีละนับหมื่นบาทโดยไม่ต้องลงทุนอะไร
เพียงแต่ออกแรงออกหารังต่อตามป่าเท่านั้น

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ร.พ.นครพนม รณรงค์ Big Cleaning Day ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
เมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00น. ณ อาคารผู้ป่วยนอก
โรงพยาบาลนครพนม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครพนม
ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ Big Cleaning Day
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 ครั้งที่ 2 โดยนายแพทย์ธีรพล
โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เป็นประธาน โดยมีวัตถุประสงค์
ให้เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครพนมทุกคนได้ตระหนัก
ถึงความสำคัญของการดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลให้สะอาด
อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาโรงพยาบาลและการให้บริการที่มีคุณภาพ
ตลอดจนการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งได้ทำ Big Cleaning
Day พร้อมกันในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดใหญ่
หรือ Big Cleaning Day ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 13
มิถุนายน 52 มีกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาด 5 ส ภายนอกอาคาร
เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายในและรอบๆ บริเวณโรงพยาบาล
และเน้นทำความสะอาดในหอผู้ป่วย และครั้งที่ 2 วันที่ 21 มิถุนายนนี้
เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข
ในการรณรงค์ทำความสะอาดป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่กำลังมีการระบาดในขณะนี้ ซึ่งเป็นการรวมพลังของชาวโรงพยาบาลนครพนม
โดยร่วมกันทำความสะอาดใน พื้นที่ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู
โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันใด รถเข็นเปล ปุ่มกดลิฟต์ ปุ่มชักโครก
โดยจะให้มีการทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ตำรวจน้ำ-ทหารนครพนมยึดกล้วยไม้-สัตว์ป่าต้องห้ามมูลค่ากว่า 2 แสนบ.

นครพนม- สนธิกำลังทหารเรือ-ตำรวจนครพนม ยึดกล้วยไม้หวงห้าม
พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครองที่ขนจากลาวผ่านจุดผ่อนปรนท่าอุเทน มูลค่ากว่า 2
แสนบาท

วันนี้ (22 มิ.ย.) นายประสิทธิ์ พุทธบูชา
หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม ร่วมกับ นายสมชาติ วิสารทพงศ์
หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม นาวาเอก สุเทพ บุญศรี
หัวหน้าสถานีเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
และกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน
นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการลักลอบค้าพืชอนุรักษ์หวงห้าม
และสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง บริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว
ในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
ที่มีการเปิดให้ประชาชนทำการค้าขาย ทุกวันจันทร์
กับวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์

ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับรายงานว่า
มีการลักลอบนำพันธุ์พืชจำพวกกล้วยไม้อนุรักษ์หวงห้าม
และสัตว์ป่าคุ้มครองว่าด้วยอนุสัญญาไซเตท
มาขายส่งออกไปยังต่างจังหวัดจำนวนมาก

ผลจากการตรวจสอบพบมีการลักลอบขนกล้วยไม้หลายชนิด
ที่นิยมซื้อขายกันตามตลาดกล้วยไม้ มีพันธุ์ตระกูลช้าง ช้างกะ แววมยุรา
ปรงสีฟัน เอื้องคำ และเฟินหางหงษ์ ซึ่งถือเป็นกล้วยไม้ที่มาราคาแพง
เมื่อส่งถึงกรุงเทพมหานคร ซื้อขายกันประมาณต้นละ 1,000-2,000 บาท
มูลค่ารวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท

โดยบรรจุใส่กระสอบปุ๋ยมาวางริมฝั่งแม่น้ำโขง รอขนส่งต่อไปขาย
แต่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงตรวจยึดเป็นของกลาง มีน้ำหนักรวมประมาณ
100 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง ชะมดหางปล้อง
น้ำหนักตัวละประมาณ 5-10 กิโลกรัม ได้จำนวน 3 ตัว และซากหัว และเนื้อ
กวางอีก จำนวน 1 ตัว

นายประสิทธิ์ พุทธบูชา หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม กล่าวว่า
สำหรับการตรวจยึดครั้งนี้ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย
เพื่อเป็นการป้องกันลักลอบค้าสัตว์ป่าสงวน และคุ้มครอง
เนื่องจากปัจจุบันพบว่าตามแนวชายแดนมีการลักลอบนำมาจากประเทศเพื่อนบ้านมา
ขายจำนวนมาก อีกทั้งป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางสัตว์
ซึ่งปัจจุบันมีโรคระบาดหลายชนิดที่อันตราย

การจับกุมจะเน้นการตรวจยึด และขอความร่วมมือ ป้องกันปราม
เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน ที่อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หากมีการดำเนินคดี

ทางด้าน นายสมชาติ วิสารทพงศ์ หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม กล่าวว่า
ปัจจุบันพบว่าตามชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง มีการลักลอบนำพืชอนุรักษ์หวงห้าม
ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช 2518 ข้ามมาจำหน่ายจำนวนมาก
โดยเฉพาะกล้วยไม้พันธุ์ที่นิยมซื้อขาย
ซึ่งราคาที่นำข้ามมาตามจุดผ่อนปรนไม่แพง ต่อเมื่อส่งไปขายต่อที่กรุงเทพฯ
จะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ซึ่งถือเป็นการผิดสัญญาว่าด้วยอนุสัญญาไซเตท
ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าของไทยกับต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้มีการระดม คุมเข้มตรวจสอบ การลักลอบนำข้ามมาขาย
ซึ่งส่วนใหญ่จะถือโอกาสในวันที่มีการเปิดตลาดนัดไทย-ลาว
ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการออกตรวจสอบ พร้อมยึดเป็นของกลาง
เมื่อพบว่ามีการครอบครองเกินกฎหมายกำหนด ประมาณคนละไม่เกิน 20 ต้น
และมีการขอความร่วมมือกับแม่ค้า ทั้งไทย-ลาว ด้วย ซึ่งพื้นที่นครพนม
ถือเป็นเป้าหมายที่มีการลักลอบนำเข้ามากที่สุด

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปธ.หอนครพนมแนะรัฐใช้เงินกู้สร้างงานในชนบท

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2552 10:08 น.
นครพนม - ประธานหอการค้านครพนมแนะรัฐ
ใช้เงินกู้บูรณาการให้ประชาชนในชนบทมีงานทำสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
ชี้การสร้างถนน-ระบบชลประทานได้รับประโยชน์แค่ธุรกิจบางกลุ่ม

นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนมเปิดเผยว่า
กรณีที่รัฐบาลจะมีการใช้เงินกู้กว่า 4
แสนล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้านนั้นเป็นเรื่องที่ดีจะทำให้
เศรษฐกิจที่ซบเซากระเตื้องขึ้น
แต่ถ้าดูตามแผนจะเห็นว่าจะมีการใช้เม็ดเงินจำนวนมาก
ทุ่มลงไปในส่วนการก่อสร้างถนนลาดยางตามโครงการถนนไร้ฝุ่นและอีกส่วนหนึ่งจะ
เป็นการก่อสร้างระบบชลประทานซึ่งเป็นโครงการที่ดีจะทำให้การสัญจรสะดวก
เกษตรกรก็จะมีน้ำในการทำการเกษตรมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม
ตนอยากให้รัฐบาลบูรณาการให้ประชาชนระดับรากหญ้ามีงานทำและได้รับเม็ดเงิน
เลี้ยงครอบครัวจากเม็ดเงินก้อนมหาศาลนี้ด้วย เช่น
การก่อสร้างถนนหรือระบบชลประทานควรจะว่าจ้างแรงงานชาวบ้านเข้ามามีส่วนเป็น
แรงงานรับจ้างในการทำถนน
หรือระบบชลประทานจะทำให้พวกเขามีรายได้ก็จะช่วยแรกงานตกงานอีกทางหนึ่ง

ซึ่ง ถ้ามองการทำถนนหรือระบบชลประทานในปัจจุบันจะเน้นการใช้เครื่องจักรและกลุ่ม
ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ตลอดจนการจำหน่วยวัตถุดิบจะเป็นเพียงกลุ่มเดียวคือ
ขายหินและยางมะตอยและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อยมาก

เมืองท่าแขกพบเรือโบราณอายุกว่า 200 ปี 2 ลำจมใต้น้ำโขง เตรียมโปรโมทขายท่องเที่ยว

นครพนม - ชาวลาวตื่นพบเรือโบราณอายุกว่า 200 ปี 2
ลำจมอยู่ใต้ลำน้ำโขงหลังหลวงปู่นิมิตเห็นงูใหญ่ 2
ตัวเชื่อมาขออยู่วัดก่อนชาวประมงจะพบเรือแล้วมามอบให้
หัวหน้าการค้าเมืองท่าแขกชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมสิ่งโบราณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การค้นพบเรือโบราณ 2 ลำของชาวลาวเมื่อเร็วๆ
นี้ได้รับการเปิดเผยจากท่านดวงสา
อินทะพรหัวหน้าการค้าเมืองท่าแขกพร้อมเชิญคณะทีมข่าวเราเดินทางข้ามโขงจาก
ฝั่งนครพนมเข้าไปถ่ายภาพเพื่อโปรโมตเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมสิ่งของโบราณในยุค
อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ในลุ่มลำน้ำโขง โดยท่านดวงสา อินทะพร กล่าวว่า
ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาที่วัดจอมแดง บ้านปากเป่งเมืองท่าแขกแขวงคำม่วน
สปป.ลาว ได้มีชาวประมงค้นพบเรือโบราณจำนวน 2 ลำ
ที่จมอยู่ใต้ลำน้ำโขงก่อนที่จะทำพิธีช่วยกันน้ำขึ้นแล้วนำมามอบให้กับทางวัด
เก็บไว้ให้ประชาชนชาวลาวได้ชมและบูชาหรือให้นักท่องเที่ยวได้ชม

โดยเรือที่ชาวลาวค้นพบทั้ง 2 ลำ
ลำแรกจะเป็นเรือพายขนาดใหญ่ยาวประมาณ 8-9 เมตรกว้าง 2 เมตร
เป็นเรือขุดของชาวโบราณใช้ไม้ทั้งลำ ขณะที่ลำที่ 2 มีความยาว 20 เมตร
ใช้ไม้ทั้งลำต้นมีสภาพผุพังเพราะผ่านเวลามานานในการจมอยู่ใต้น้ำ
ซึ่งทางวัดได้นำผ้าหลากสีมาผูกมัดและเครื่องกระทงดอกไม้บูชาให้ชาวบ้านบูชา
ซึ่งถือว่าเป็นของโบราณศักดิ์สิทธิ์มีแม่ย่านางสิงสถิต"

หลวงพ่อจานมหาคำแดง จันทะระวิชัย เล่าว่า เรือ 2
ลำนี้คาดว่ามีอายุกว่า 200 ปีในอยู่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์
เจ้าเมืองที่นี่ตลอดจนประชาชนทั้งสองฝั่งไทยลาวในปัจจุบันจะใช้เรือในการ
สัญจรจะสะดวกที่สุดเรือลำแรกจะเป็นเรือพายขนาดใหญ่ใช้ไม้ทั้งลำขุดผิวเรียบ
คาดจะเป็นเรือผู้สูงศักดิ์ในยุคนั้น ส่วนเรือลำที่ 2
จะเป็นเรือยาวใช้ไม้ตะเคียน (ไม้แคน) ทั้งสองลำมีอายุกว่า 200 ปี
ก่อนที่จะได้เรือ 2 ลำนี้มาประมาณ 1
เดือนที่ผ่านมาตนได้นิมิตฝันไปว่ามีงูใหญ่ 2 ตัว มาขออยู่ที่วัด

ต่อ มาก็มีชาวประมงในลำน้ำโขงได้ไหลมองแล้วติดกับเรือแต่ละลำในเวลาต่างกันห่าง
กันประมาณ 3-4 วัน
แต่ชาวประมงและชาวบ้านที่มุดน้ำลงไปดูยังไม่สามารถนำขึ้นมาได้
โดยชาวประมงที่มุดลงไปดูพอนอนกลางคืนฝันไปว่ามีคนแต่งตัวคล้ายลิเกของไทยมา
เข้าฝันว่าเรือของกูถ้าจะเอาขึ้นต้องเอามาไว้ที่วัด

ก่อน ที่ชาวบ้านจะทำพิธีเอาเรือขึ้นทั้ง 2
ลำขึ้นได้สำเร็จแล้วนำมาเก็บไว้ที่วัดจอมแดงอย่างที่เห็น
ซึ่งในแต่ละวันจะมีชาวบ้านมาบูชาและชมเรือโบราณนี้ตลอดเวลา
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ศิลปากรลาวมาตรวจสอบชี้ว่าเรือลำนี้มีอายุ 200 ปี

ด่านนครพนมเข้มตรวจหวัด 2009 ชาวต่างชาติ ไข้สูงกักตัวสอบอาการ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 มิถุนายน 2552 13:26 น.

นครพนม - ด่านศุลกากรนครพนมตรวจเข้มชาวต่างชาติป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัด
2009 ตรวจพบไข้สูงเกิน 37.8 องศาจะถูกกักตัวตรวจสอบอาการทันที

นายมงคล อินธิราช
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำจังหวัดนครพนม
เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางด่านได้วางมาตรการป้องกันตรวจสอบโรคไข้หวัด 2009
อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะชาวต่างชาติทั้งชาวลาว และเวียดนาม
ตลอดจนนักท่องเที่ยวแถบยุโรปที่เดินทางมาจากแขวงคำม่วน สปป.ลาว
โดยจะใช้ปลอดวัดอาการไข้ตัวร้อนขึ้นสูง ถ้าหากพบตัวร้อนสูงเกิน 37.8
องศาก็จะถูกกักตัวทันที
พร้อมให้แพทย์จากโรงพยาบาลจังหวัดมาตรวจสอบว่าเป็นโรคไข้หวัด 2009
หรือไม่

นอกจากนี้ยังให้ผู้ป่วยเดินทางกลับ
พร้อมนี้ยังได้แจกเอกสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคแก่นักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ด้วย

นายแพทย์เด่นชัย ศรกิจ นายแพทย์สาธารณสุขนครพนมเปิดเผยว่า
ถึงแม้ในพื้นที่นครพนมจะยังไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ทั้งในเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ก็ได้วางมาตรการป้องกันตรวจสอบอย่างเข้มงวด
โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่มีเด็กนักเรียนรวมกลุ่มเป็นหมู่คณะ

สำนักงานสธารณสุขได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานพื้นที่การศึกษา
กำชับให้ครูแต่ละโรงเรียนเฝ้าดูแลจับตาอาการป่วยโรคไข้หวัดของเด็กนักเรียน
อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับผู้ปกครองถ้าพบบุตรเป็นไข้ตัวร้อนห้ามนำบุตรมาโรงเรียนเด็ดขาด
และต้องนำบุตรเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลจังหวัดดูอาการจนหายป่วย
ถึงจะนำบุตรมาโรงเรียนได้ เพราะหวั่นแพร่เชื้อให้เพื่อนในโรงเรียน

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เสื้อแดงค้าน ม.นครพนม แจกปริญญากิตติมศักดิ์ลูกชาย มท.1

นครพนม-เสื้อแดงนครพนม ค้าน ม.นครพนม เสนอชื่อลูกชาย มท.1
รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อ้างแอบแฝงการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้( 5 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่หน้าอาคารคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนมนายสมัย จันทะรัง อายุ 42 ปี
แกนนำคนเสื้อแดงนครพนม พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน
ได้ออกมาชุมนุมคัดค้าน กรณีที่ ม.นครพนม มีการประชุมหารือเพื่อเสนอชื่อ
นายอนุทิน ชาญวีระกูล อดีต รมช.กระทรวงสาธารณสุข
และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 111 คน
ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นบุตรชายของ มท.1 นายชวรัตน์
ชาญวีระกูล หน.พรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน
เข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต ซึ่งทางมหาวิทยาลัยนครพนม
จะมีการการจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน 2552 นี้

ในหนังสือคัดค้าน ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีระกุล
ไม่มีความเหมาะสมเป็นบุคคลที่สมควรจะได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต
เนื่องจากไม่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชาวนครพนม
อีกทั้งเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ เชื่อว่า
ในการเสนอชื่อครั้งนี้เป็นการแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง ที่มี
รศ.ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยนครพนม
อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 1 ใน 111 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง
ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นกรรมการของสภามหาวิทยาลัยนครพนม ช่วยผลักดัน
ซึ่งมีบุคคลที่สมควรจะได้รับอีกหลายคน แต่ไม่มีการพิจารณาเสนอ
จึงต้องมีการชุมนุมคัดค้านเพื่อความเป็นธรรม

นายสมัย ได้อ่านวัตถุประสงค์การคัดค้าน
ผ่านเครื่องขยายเสียงบริเวณด้านหน้าอาคารศิลปะศาสตร์ ให้คณาจารย์
และนักศึกษา ได้รับทราบ ก่อนยื่นหนังสือต่อ สภามหาวิทยาลัยนครพนม
เพื่อคัดคัด การพิจารณา โดยมี รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ส่งตัวแทนมารับเรื่อง
และนำไปพิจารณาหารือกับทางกรรมการสภามหาวิทยาลัย

ทางแกนนำยืนยันว่า จะคัดค้านให้ถึงที่สุดหากไม่ยกเลิกการเสนอชื่อ
ก่อนสลายตัวกลับ

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ รศ.ดร.สุวิทย์
เลาหศิริวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม แต่ยังให้การปฏิเสธ
ขอประชุมหารือกับทางกรรมการบริหารสภามหาวิทยาลัยก่อนผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม
เติมว่า สำหรับมหาวิทยาลัยนครพนม ได้ผ่านการยกฐานะ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย
เมื่อปี 2548 ซึ่งมีการหลอมรวมเอาสถาบันการศึกษาในพื้นที่นครพนม 5 แห่ง
มาเป็นมหาวิทยาลัยนครพนม
โดยได้รับการผลักดันจากนักการเมืองของพรรคไทยรักไทย ในอดีต
ทำให้มีการนำนักการเมืองเข้ามาร่วมบริหาร
ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งจากฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รพ.นครพนม จัดอบรมพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพเชิงรุก อสม. พร้อมเป็นแกนนำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
ร. พ.นครพนม จัดอบรมพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพเชิงรุก
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
พร้อมเป็นแกนนำค้นหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า
ปัจจุบันโรงพยาบาลนครพนม รับผิดชอบประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
มีอาสาสมัครสาธารสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. กระจายอยู่ในทั้ง 23 ชุมชน
จำนวนทั้งสิ้น 341 คน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนางานด้านสุขภาพ
ส่งผลให้สุขภาพของประชาชนในชุมชนดีขึ้น
และสามารถเป็นแกนนำในการค้นหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนอย่างต่อ
เนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น
การอบรมตามหลักสูตรต่าง ๆ การอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข
รวมถึงการจัดอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ
และทักษะถูกต้อง ในการให้บริการเชิงรุกได้
การจัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพเชิงรุก อสม. ครั้งนี้มี
อสม.เข้ารับการอบรม 130 คน วันที่ 4-5 มิถุนายน 2552
ที่ห้องประชุมร่มโพธิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ร.พ. นครพนม สัมมนาการดูแลทารกแรกเกิด ตามมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
โรง พยาบาลนครพนม เปิดโครงการ โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว
เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพเด็กตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 5 ขวบ
โรงพยาบาลนครพนม จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการดูแล รักษาทารกแรกเกิด
ถึง5 ขวบ ตามมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว โดยมี นายแพทย์ ธีรพล
โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เป็นประธานในพิธี
ซึ่งการจัดสัมมนาดังกล่าวก็สืบเนื่องจาก จังหวัดนครพนม
ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในจังหวัด
เพื่อลดอุบัติการณ์ในโรคที่เป็นปัญหาของจังหวัด ซึ่งหนึ่งในหกโรค
คืองานอนามัยแม่และเด็ก ตามตัวชี้วัดหลักของกรมอนามัย
ภายใต้โครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ในกลุ่มทารกแรกเกิด
ถึงปฐมวัย 5 ขวบ ได้กำหนดให้มีการส่งเสริมโภชนาการ
พัฒนาการและกิจกรรมอื่นๆ เช่น การได้รับวัคซีนตามวัย ดังนั้น
บุคลากรผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กกลุ่มนี้ จึงจำเป็นจะต้องมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย และสามารถทดสอบพัฒนาการเด็กได้
อีกทั้งยังมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนา ดูแล รักษา ที่เป็นมาตรฐาน
นอกจากนั้นการทดสอบพัฒนาการเด็กยังใช้สำหรับการวินิจฉัย
การช่วยเหลือที่ทันท่วงทีและยังคงใช้ในการประเมินผลด้านสาธารณสุขตลอดจนเป็น
การสำรวจข้อมูลประชากรกลุ่มเด็กปฐมวัย ดังนั้นทางโรงพยาบาลนครพนม
จึงได้จัดการประชุมในครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2-5 มิถุนายนนี้ ณ
ห้องประชุมตึกอำนวยการร่วมใจ เพื่อให้ผู้เข้ารับอบรมมีทักษะ ความรู้
ความเข้าใจและสามารถนำไปดูแลรักษาทารกแรกเกิด จนถึง 5 ขวบ
และส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมและสร้างเครือข่ายระหว่างแพทย์พยาบาล
ใน โรงพยาบาลนครพนมและโรงพยาบาลชุมชนอีกด้วย