วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แม่ค้าตลาดสดปลาปากต้านรื้อตลาดเก่า - หวิดปะทะนายอำเภอ

นครพนม - แม่ค้าตลาดสดเทศบาลตำบลปลา ปาก จังหวัดนครพนม
ต้านการรื้อตลาดเก่าหวิดปะทะนายอำเภอ จี้เร่งแก้ปัญหา
ชี้ปมเหตุเกิดจากการเมือง ขณะที่ศาลสั่งชะลอโครงการไว้ก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า เย็นวานนี้ (21 ก.ค.)
ที่ตลาดสดหน้าเทศบาลตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม
ได้มีชาวบ้านกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ากว่า 200 คน นำโดยนางฉลาด เมืองใหม่ อายุ
45 ปี พร้อมด้วย นายวิลัย ทำเนา อายุ 55 ปี แกนนำ
รวมตัวชุมนุมประท้วงต่อต้านการรื้อถอนตลาดสดหลังเก่า
ขณะที่ทางเทศบาลตำบลปลาปากได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนเร่งด่วน
เพื่อดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ให้ผู้ประกอบการเช่า
พร้อมให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาดสดหลังเก่า
ย้ายไปขายที่ตลาดสดแห่งใหม่

แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้ากลับไม่ยอม
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
และมีสั่งให้ชะลอการรื้อถอน จนเกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้าน
ทำให้ทางอำเภอปลาปาก ต้องระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อส.เข้ารักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันการเกิดปะทะรุนแรงของทั้ง 2 ฝ่าย
ทางด้าน นายอำพัน ปิ่นประเสริฐ นายอำเภอปลาปาก
พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาเจรจากับบรรดาแม่ค้า
พร้อมนำเอกสารหนังสือ คำสั่งการของจังหวัด และศาลปกครอง ที่มีคำสั่ง
ให้ชะลอการรื้อถอนชั่วคราว จนกว่าคดีจะสิ้นสุด มาชี้แจง
จนเป็นที่พอใจของชาวพ่อค้า แม่ค้า ก่อนสลายตัวกลับ

นางฉลาด เมืองใหม่ อายุ 45 ปี กล่าวว่า
ในวันนี้ได้รวมตัวกันไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเทศบาลที่ให้เจ้าหน้าที่มาข่ม
ขู่ รื้อถอนตลาดเก่า เพื่อขับไล่ให้ย้ายไปขายที่ตลาดใหม่
แต่ชาวบ้านไม่ยอม เนื่องจากไกลจากชุมชน ขายของไม่ได้
ซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างขั้นตอนการฟ้องศาลปกครอง
และมีคำสั่งให้ชะลอการรื้อถอน
แต่เทศบาลไม่สนใจนำเจ้าหน้าที่เข้าพยามรื้อถอน แต่ยังไงชาวบ้านก็ไม่ยอม
เพราะพื้นที่แห่งนี้ทำค้าขายมาหลายสิบปีแล้ว เพียงต้องการให้ปรับปรุง
ไม่ให้ปรับย้ายไปที่อื่น ซึ่งจะขอต่อต้านให้ถึงที่สุด

ด้าน นายอำพัน ปิ่นประเสริฐ นายอำเภอปลาปาก กล่าวว่า สำหรับ
ข้อเท็จจริงกรณี พ่อค้า แม่ค้า
ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านการรื้อถอนตลาดเก่าของเทศบาล
โดยทางเทศบาลมีแผนการพัฒนา ปรับย้ายให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายที่ตลาดแห่งใหม่
ที่ใช้งบประมาณก่อสร้างไว้แล้ว แต่ทางบรรดาแม่ค้ากับไม่ยอม
ให้เหตุผลว่าไกลชุมชน ขายไม่ได้ จนเกิดข้อพิพาท จนแกนนำแม่ค้า
ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ล่าสุดทราบว่า ศาลให้ระงับการรื้อถอนชั่วคราว
จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
แต่ทางเทศบาลโต้แย้งว่าได้ยื่นเรื่องไปขออนุมัติดำเนินการกับทางจังหวัด
และธนารักษ์แล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นที่ราชพัสดุ จึงสามารถดำเนินการได้
ทำให้เกิดการโต้แย้งเป็นเหตุให้มีการชุมนุม ตนจึงนำเอกสารไปชี้แจงแม่ค้า
และเทศบาล ออกคำสั่งให้ระงับการรื้อถอน รอศาลปกครองตัดสิน
ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นตนมองว่า มีผลจากการเมือง
เรื่องความขัดแย้งของฝ่ายตรงข้ามกับผู้บริหารเทศบาลด้วย
ซึ่งจะได้เรียกทั้งแม่ค้า กับเทศบาลมาไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจ
หาทางแก้ไขโดยเร็ว

ส่วน นายวิทยา ศรีธิราช นายกเทศมนตรีตำบลปลากปาก กล่าวว่า
สำหรับการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่าง
โดยก่อนหน้านี้ทางจังหวัดมีเอกสารให้เทศบาลมีอำนาจดำเนินการได้
โดยมีโครงการรื้อถอนตลาดเก่า ปรับย้ายให้ออกไปขายที่ตลาดแห่งใหม่
ซึ่งห่างกันประมาณไม่ถึง 1 กม. เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์
สภาพแวดล้อม รวมถึงตลาดให้ถูกสุขลักษณะ
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตนยืนยันว่ามาจากการเมือง ที่มีฝ่ายตรงข้ามยุยง
ให้แตกแยก แต่ตนไม่ได้ใช้ความรุนแรง ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง
เพราะก่อนดำเนินการมีการทำประชาพิจารณ์แล้ว

ส่วน คำสั่งศาลตนไม่ได้รับเรื่อง เพิ่งทราบวันนี้
หากเกิดปัญหาแบบนี้ตนก็คงต้องรอคำสั่งศาล
อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการเมือง
ที่เกี่ยวกับคนส่วนน้อย
ซึ่งหากเป็นแบบนี้จะกระทบต่อการพัฒนาบ้านเมืองอย่างแน่นอน
จึงอยากให้ชาวบ้านคิดทบทวนอีกครั้ง เพื่อความเจริญของท้องถิ่น

ฟ้าปิด!ชาวนครพนมอดชมกบกินตะวัน - ผู้เฒ่าชี้อัปมงคลเคาะกะลาแก้เคล็ด

นครพนม - ชาวนครพนมตักบาตรริมโขงรับโชคปรากฎการณ์สุริยุปราคาแต่หมดโอกาศชมท้องฟ้าปิด
ขณะที่คนชราเรียกว่ากบกินตะวันชี้อัปมงคลจะเกิดเรื่องไม่ดีต่อบ้านเมืองต้อง
เคาะกระป๋อง กะลา ไล่ ขับไล่วิธีแก้เคล็ดสืบทอดกันมาแต่โบราณกว่า 1,000
ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ก.ค.) เวลา 07.00
น.ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนมผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ได้มีประชาชนนักเรียนนักศึกษาออกมาชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาจำนวนมากเพราะดวง
ตะวันจะโผล่พ้นเทือกเขาในเขตแขวงคำม่วน
สปป.ลาวและชมได้ชัดเจนมากท่ามกลางบรรยากาศลุ้นเต็มที่เพราะช่วง 1-2
วันมานี้

แต่ผลสุดท้ายก็สิ้นหวังอดชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ เพราะท้องฟ้าปิด
ฝนตก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในหลายโรงเรียน อาทิ
โรงเรียนนครพนมวิทยาคมได้เตรียมอุปกรณ์ไว้ชมกันอย่างคึกคักตั้งแต่เมื่อวาน
นี้

ขณะที่เทศบาลเมืองนายโชคดี มังคละคีรี นายวัฒนศักดิ์
เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนมพร้อมประชาชนนายพร้อมด้วยข้าราชการประชาชน
ได้ทำบุญตักบาตรยามเช้าเพื่อเป็นศิริมงคลให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองแต่ใน
ทางกลับกันที่คนรุ่นใหม่แห่เห่อชมการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา
หรือกบกินตะวัน และราหูอมพระอาทิตย์
นั้นคนชรารุ่นเก่ามีความเชื่อสืบทอดกันมาเป็นกว่า 1,000 ปี
ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีอัปมงคลอาจจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นในบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม ก็มีวิธีแก้เคล็ดทำมาแต่โบราณคือ ใช้วิธีเคาะกระป๋อง
กะลา หรือตีปิ๊บให้เกิดเสียงดัง เพื่อเป็นการขับไล่ลาหูออก
พร้อมอฐิษฐานขอพรให้เกิดสิ่งดีๆ แก่บ้านเมือง

ลุงบุญมา พรหมดี อายุ 76 ปี ชาวบ้านสำราญชนเผ่าแสก ต.อาจสามารถ
กล่าวว่า สำหรับ ปรากฏการณ์สุริยุปราคา หรือชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า
ราหูอมดวงอาทิตย์ ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย
ตั้งแต่ตนเกิดมาพึ่งเคยพบเห็นครั้งแรก เมื่อหลายสิบปีแล้ว
และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2
โดยตามความเชื่อโบราณสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณเป็นสิ่งอัปมงคลเชื่อว่าจะเกิด
สิ่งไม่ดีกับบ้านเมือง

แต่ในอดีตชาวบ้านจะใช้วิธีแก้เคล็ดด้วยวิธีการขับไล่ราหูด้วยการเคาะ
กระป๋อง กะลา หรือตีปิ๊บให้เกิดเสียงดัง ส่วนตามวัดต่างๆ ก็จะมีการตีกลอง
ตีฆ้อง เมื่อเหตุการณ์จบจากนั้นก็จะมีการอฐิษฐานขอพรพระราหู
ให้เกิดแต่สิ่งดีงาม ตามความเชื่อ

ทางด้าน นายพิเชฎฐ์ หลั่งทรัพย์ ประธานชมรมพระเครื่องนครพนม
กล่าวว่า ตามความเชื่อการเกิดสุริยุปราคา ถือเป็นสิ่งไม่ดี เนื่องจากราหู
หรือความมืดบดบังดวงอาทิตย์ ที่อาจเป็นรางบอกเหตุที่จะเกิดภัยพิบัติ
หรือการสูญเสียแก่บ้านเมือง
ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับสถานการณ์เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ในปัจจุบันก็เป็นได้ ซึ่งในส่วนของราหูนั้น
ตามความเชื่อในเครื่องรางถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่ดี
ที่สามารถปิดบังความชั่วร้าย ให้เกิดแต่สิ่งดีๆ ตามมา


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082655

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เลือกตั้ง อบต.นครพนมทำธุรกิจป้ายหาเสียงแข่งเดือด

นครพนม-ธุรกิจทำป้ายหาเสียงนครพนมแข่งดุ รับศึกเลือกตั้ง 66 อบต.
ลดราคากระหน่ำแผ่นละ 250 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนมว่า
ขณะนี้บรรยากาศการเลือกตั้งสนามท้องถิ่นคึกคักมากหลังจากที่
อบต.ทั้งจังหวัดจำนวน 66 แห่งจะหมดวาระลงในวันที่ 30
ก.ค.สิ้นเดือนจะถึงนี้โดยทาง
กกต.จังหวัดจะเปิดรับสมัครผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 3-7
สิงหาคมและลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 6 กันยายน
โดยขณะนี้บรรยากาศก่อนรับสมัครเต็มไปด้วยความเข้มข้นบรรดาผู้จะลงสมัครนายก
อบต.และ ส.อบต.ทั้งกลุ่มนักการเมืองเก่าและกลุ่มนักการเมืองใหม่ต่างพากันวิ่งจับ
ขั้วลงสนามในนามกลุ่มพร้อมการเปิดตัวที่จะลงสู่สนามเลือกตั้งอย่างเต็มตัว

ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันตั้งแต่ไก่โห่
โดยผู้สมัครแต่ละกลุ่มต่างว่าจ้างร้านทำป้ายผ้าพลาสติกแนะนำผู้สมัครนายกและ
ส.อบต.เพื่อนำไปติดแนะนำตัวตามหมู่บ้านตำบลและรถแห่เขตเลือกตั้งของตนอย่าง
คึกคักถึงแม้จะยังไม่ได้เบอร์ก็ตามซึ่งก็ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดในร้านทำ
ป้ายจำนวนมากโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองนครพนมที่มีร้านทำป้ายระดับมาตรฐานขณะ
ที่ต่างอำเภอไม่มีเครื่องสกรีนที่ทันสมัย

นางจันทร์หอม รัตนพรหม
เจ้าของร้านไทอาร์ตร้านทำป้ายแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองกล่าวว่าจากปัญหา
สภาพเศรษฐกิจซบเซา
ทำให้ธุรกิจป้ายโฆษณาซบเซามากส่วนใหญ่จะมีงานจากส่วนราชการแนะนำโครงการ
กิจกรรมต่างๆ

แต่หลังจากที่จะมีการเลือกตั้งทำให้ธุรกิจทำป้ายและตัดสติ๊กเกอร์
เริ่มคึกคักขึ้นโดยมีว่าที่ผู้สมัครมาว่าจ้างทำป้ายในนามกลุ่มมีผู้สมัคร
นายกและทีมงาน

ซึ่งจะเป็นป้ายผ้าพลาสติกเพราะเป็นช่วงหน้าฝนป้ายชนิดนี้กันฝนได้
แต่เนื่องจากธุรกิจมีการแข่งขันสูง
มีหลายร้านทำป้ายจึงต้องเอาใจลูกค้าลดราคาให้พิเศษในราคาป้ายละ 250 บาท
ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 3 เมตร
ส่วนโครงไม้ติดตามหมู่บ้านเป็นหน้าที่ของผู้สมัครซึ่งแต่ละกลุ่มจะสั่งทำตาม
จำนวนหมู่บ้านว่าในตำบลนั้นมีกี่หมู่บ้าน
ป้ายแต่ละป้ายจะเว้นช่องหมายเลขไว้เมื่อผู้สมัครได้เบอร์ก็พ่นสีเอาเอง.

ด้านนายธงชัย ชำนาญไพร ประธาน กกต.นครพนมกล่าวว่าขณะ
นี้ก่อนจะถึงวันเปิดรับสมัครก็ได้โหมประชาสัมพันธ์ทางวิทยุทั้งสถานีหลักและ
วิทยุชุมชนถึงกฏระเบียบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ลงเลือกตั้งพร้อมหใประชาชนตรวจ
สอบรายชื่อ

นอกจากนี้ยังส่งสายข่าวลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึกในพื้นที่จะสู้กัน
อย่างรุนแรงจับตาเป็นพิเศษพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเลือกคนดีอย่าเลือก
คนซื้อสิทธิ์ขายเสียงเข้ามาใน อบต.ของตนเอง

ศาลยกฟ้องใบแดงนายก อบจ.นครพนม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กรกฎาคม 2552 13:43 น.
นครพยม - นายก อบจ.นครพนมหลุดคดีใบแดง ศาลอุทรภาค 4 สั่งยกฟ้อง
พร้อมลุยงานจันทร์หน้า

นายสมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนมเปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนถูก
กกต.กลางมีคำสั่งให้ใบแดงด้วยข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งในเขตบ้านเสียวอำเภอ
ศรีสงครามและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา
ซึ่งหลังศาลอุทรภาค 4 รับคำฟ้องตนก็ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ซึ่งตนก็ได้นำพยานหลักฐานชี้แจงต่อศาลในการประกอบพิจารณาคดี

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.วานนี้ศาลอุทรภาค 4
กรุงเทพได้ตัดสินยกฟ้องคดีทุจริตเลือกตั้งของตนเนื่องจากขาดพยานหลักฐาน
เพราะหลักฐานที่กล่าวหาตนนั้นเป็นพยานเท็จซึ่งตนก็พร้อมปฏิบัติหน้าในวัน
จันทร์อาทิตย์หน้านี้

โดยความรู้สึกครั้งที่ถูกกล่าวหาจนกระทั่ง
กกต.แจกใบแดงจนถึงศาลรับคำฟ้อง
ตนก็ยอมรับว่าท้อในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนแต่ตนก็พยายามพิสูจน์ให้ศาลรับทราบ
เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้สังคมเห็นซึ่งตนก็เชื่อว่าความยุติธรรมมีจริงถึง
แม้ศาลจะตัดสินออกมาเช่นไรตนก็ยอมรับแต่ตนก็เชื่อมั่นว่าต้องหลุดในคดีนี้
เพราะเริ่มต้นหลัง
กกต.รับเรื่องร้องเรียนตรวจสอบก่อนที่จะออกใบแดงให้ตนนั้น
กกต.ไม่เคยเรียกตนไปสอบสวนเลยแต่กลับเรียกคนอื่นไปให้การ
เมื่อเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลตนจึงสู้และหลุดในที่สุดซึ่งตนก็ดีใจมาก

ซึ่ง ช่วงที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
ทุกครั้งที่ไปพบชาวบ้านที่ไหนหรืองานกิจกรรมใดก็จะถูกถามจะด้วยความหวังดี
ประสงค์ร้ายก็ตามตนก็พยายามออกพบประชาชนอย่างต่อเนื่อง"

นายธงชัย ชำนาญไพร
กล่าวอีกว่าสำหรับคดีความการเมืองที่มีการฟ้องร้องกันในการทุจริตเลือกตั้ง
กรณีนายสมชอบ นิติพจน์ นายก
อบจ.นครพนมนั้นเป็นการพิจารณาคดีของศาลอุทรภาค 4 เพราะเมื่อ
กกต.สั่งให้ใบแดงหลังรับตำแหน่งกระบวนการสุดท้ายต้องศาลตัดสินถึงจะสิ้นสุด
ซึ่งผู้กล่าวหาสามารถนำพยานหลักฐานชี้แจงต่อศาลได้เมื่อศาลยกฟ้องกรณีนี้ก็
ถือว่าสิ้นสุดตามกระบวนการสามารถขึ้นปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุบัติเหตุรถพ่วงขนสินค้าตกแพจมน้ำโขง

นครพนม - เกิดอุบัติเหตุรถขนส่งสินค้าพลัดตกแพขนานยนต์ในลำแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม
เหตุน้ำโขงไหลเชี่ยว
ขณะที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงส่งนักประดาน้ำนำรถเครน
รุดช่วยเหลือ

วันนี้(15 ก.ค.) เวลา 17.30
น.ที่บริเวณท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าของจังหวัดนครพนมและแขวงคำม่วน
สปป.ลาว ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในลำน้ำโขงห่างจากฝั่งไทยประมาณ 10 เมตร
ขณะเรือแพขนานยนต์บรรทุกรถตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่กลับจากส่งสินค้าในแขวง
แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ก่อนที่จะเข้าเทียบท่าที่ฝั่งนครพนมได้เสียหลักไหลลื่นตกจากแพขนานยนต์จมใต้
ลำน้ำโขงเกือบจมมิดแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าแพเสียหลักเอียงเพราะน้ำโขงไหลเชี่ยวจนเกิดน้ำวนทำให้รถไถลตกน้ำโขง

ล่าสุดหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนมได้นำรถเครนและนักประดาน้ำมาช่วยเหลือเพื่อดึงรถขึ้นฝั่งแล้ว

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฉวยโอกาส! หน้ากากป้องหวัด 09 นครพนมแพงลิ่ว อันละ 100 บาท

นครพนม - สสจ.นครพนมร่วมกับโรงพยาบาลจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจคัดครองผู้ป่วยตามสถาน
ศึกษา ป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุดพบผู้ป่วยแล้ว 13 ราย
ขณะที่หน้ากากราคาพุ่งอันละ 100 บาท และเริ่มขาดแคลน

ที่จังหวัดนครพนม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ได้พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยนายแพทย์ธีระพล
โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดนครพนม กล่าวว่า
ล่าสุดขณะนี้พบผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 เข้ารักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ
ในพื้นที่ จ.นครพนม แล้ว รวม 13 ราย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 5-17 ปี
และรอผลตรวจอีก จำนวน 6 ราย

สำหรับมาตรการป้องกันสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกับโรงพยาบาลนครพนม
จัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจคัดกรองหาผู้ป่วยที่มีอาการเป็นไข้หวัดตามสถาน
ศึกษาต่างๆ ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.นครพนม
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในกลุ่มเยาวชน นักเรียน
นักศึกษา ซึ่งหากตรวจพบเด็กคนไหนมีไข้
หรือมีอาการต้องสงสัยก็จะนำตัวไปตรวจที่โรงพยาบาล พร้อมแจกหน้ากากปิดจมูก
และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแก่นักเรียนนักศึกษา

โดย ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า
ขณะนี้ประชาชนเริ่มหวาดวิตกถึงการแพร่ระบาดของโรคและหาวิธีการป้องกันโดยหา
ซื้อหน้ากากปิดปากจมูกมาสวมใส่มากขึ้นพร้อมกับซื้อให้บุตรหลานสวมใส่ไป
โรงเรียนทำให้มีความต้องการหน้ากากสูงมาก เริ่มขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น
ตามร้านขายยา หรือซูเปอร์มาร์เกต ขายกันในราคาหน้ากากละ 100 บาท
ซึ่งขณะนี้เป็นที่ต้องการของประชาชนมากโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมือง

นางน้อย ขันธิวัตร อายุ 25 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า
ตนมีบุตรชายเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาล 1 คน
โดยทางโรงเรียนได้มีมาตรการป้องกันโดยให้เด็กสวมใส่หน้ากากมาโรงเรียนทุกคน
แต่ไม่ได้แจกหน้ากาก
จึงจำเป็นต้องไปหาซื้อให้ลูกใส่ที่มีจำหน่ายในร้านขายยา โดยขายกันในราคา
100 บาท ถึงแม้เงินจะไม่ค่อยมีแต่ก็ต้องควักเงินซื้อเพื่อความปลอดภัยของลูก

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทหารกล้านครพนมพลีชีพรักษาแผ่นดินอีกราย

ทหารกล้านครพนมพลีชีพรักษาแผ่นดินอีกราย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 กรกฎาคม 2552 10:41 น.
นครพนม - ทหารค่ายพระยอดเมืองขวางนครพนมดับ 1 สังเวยไฟใต้
ตั้งกองเกียรติยศรับสมเกียรติ

คืนที่ผ่านมา (9 ก.ค.) เวลา 20.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามบินจังหวัดนครพนมว่า
ได้มีการตั้งกองทหารเกียรติยศในการรอรับศพ ส.อ.ปัญญา ภูนาเพชร อายุ 47 ปี
นายทหารเสนารักษ์ประจำกองพันทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง
จังหวัดนครพนม ที่ถูกกับระเบิดกลุ่มโจรใต้เสียชีวิตในเขตอำเภอยะรัง
จ.ปัตตานี ในเช้าวันนี้
โดยศพจะลำเลียงทางเครื่องบินมาลงที่สนามบินนครพนมประมาณ 22.00 น.คืนนี้

นางจรัสศรี ภูนาเพชร อายุ 41 ปี ภรรยา เปิดเผยว่า
สามีเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ราวเดือนเมษายน มีบุตรด้วยกัน 3 คน
คนโตเป็นหญิงเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคนครพนม อีก 2 คนเป็นลูกชายฝาแฝด
ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตในตอนเช้า
ตอนกลางคืนก็โทร.มาหาตนว่าพรุ่งนี้เช้าจะเดินทางคุ้มครองครูก่อนที่จะโดนกับ
ระเบิดเสียชีวิต ตนเสียใจมากเพราะขาดเสาหลักของครอบครัว
แต่ภูมิใจที่สามีได้ทำหน้าที่ปกป้องชาติด้วยชีวิต ทั้งนี้
ศพจะนำไปประกอบพิธีที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม
และประชุมเพลิงพระราชทานวันที่ 13 ก.ค.ที่จะถึงนี้

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จ.นครพนม พร้อมใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เข้ารับบริการในสถานพยาบาลแทนบัตรทอง

จ.นครพนม พร้อมใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เข้ารับบริการในสถานพยาบาลแทนบัตรทอง
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
จังหวัด นครพนม พร้อมใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
เข้ารับบริการในสถานพยาบาลแทนบัตรทองตั้งแต่ 6
กรกฎาคมนี้เพื่อความสะดวกไม่ต้องพกบัตรหลายใบ ตามนโยบายรัฐบาล
ที่ต้องการบูรณาการบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรที่ออกโดยส่วนราชการ
ให้ใช้เพียงบัตรเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
โดนมีการร่วมกันระหว่างแต่ละกระทรวงใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ
ในการให้บริการผู้ป่วย โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
ไม่ต้องใช้บัตรทองในการเข้ารับการรักษาพยาบาล
ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น นายแพทย์เด่นชัย ศรกิจ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า
จังหวัดนครพนมได้รับการคัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องในระยะที่ 2
ซึ่งจะเริ่มให้บริการใช้บัตรประจำตัวประชาชน แทนบัตรทองได้ ตั้งแต่วันที่
6 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เช่น
กลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 15 ปี และกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป
สามารถแสดงเอกสารอื่น ๆ เช่น สูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้านแทนบัตรทองได้
สำหรับประชาชนที่มีบัตรประจำตัวประชาชนแบบเก่า ให้ไปขอเปลี่ยนบัตร
เป็นบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่
จะสะดวกในการรับบริการด้านรักษาพยาบาล สอบถามรายละเอียดได้ที่
สายด่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง

พุทธศาสนิกชนแห่นมัสการพระธาตุพนมคึกคัก

นครพนม - วัดพระธาตุพนมคึกคักนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวลาว
ร่วมทำบุญเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมเนื่องในวันอาสาฬบูชาและวันเข้าพรรษา

วันนี้ (7 ก.ค.) ที่วัดพระธาตุพนมวรวิหาร อำเภอธาตุพนม
จังหวัดนครพนม มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวลาว จำนวนมาก
เดินทางเข้ามานมัสการองค์พระธาตุพนม
และเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมเป็นพุทธบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล
บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน
โดยทางวัดได้จัดธูปเทียนดอกไม้บูชาบริการประชาชนและแสดงธรรมเทศนาทั้งกลาง
วันและกลางคืน

สำหรับองค์พระธาตุพนม เป็นสถานที่สำคัญของพุทธศาสนา
บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยพระมหากัสปะเจ้า
นำพระอุรังคธาตุกระดูกส่วนหน้าอกมาประดิษฐานที่พระธาตุแห่งนี้ เมื่อปี
พ.ศ.8 หลังพระพุทธองค์ปรินิพานเพื่อให้ชาวไทยและชาวลาวในยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน
กราบไว้มากว่า 2,500 ปีแล้ว

นรข.นครพนมยิงถล่มนักค้ายาเสพติดหวิดดับ-ยึดของกลางกัญชาอัดแท่ง

นครพนม-ชุดปราบปรามยาเสพติดทหารเรือ
นครพนมยิงถล่มรถขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติพรุน คนขับหวิดดับ
พร้อมยึดของกลางกัญชาอัดแท่ง
หลังผู้ต้องหาขับรถพุ่งชนผ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น

วันนี้(4 ก.ค.) เวลา 13.00
น.ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
จังหวัดนครพนม นาวาเอกวุฒิไกร ปั้นดี เสธนาธิการหน่วยเรือ
นรข.ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาพลเรือตรีอดุงสวัวดิ์ พุ่มพวง
ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
เปิดแถลงข่าวหลังเจ้าหน้าที่สถานีเรืออำเภอธาตุพนมได้จับกุมขบวนการค้ากัญชา
ข้ามชาติ โดยจับกุมนายประยงค์ ศรีสุวรรณ อายุ 40 ปี เลขที่ 18 หมู่ 8
ต.ดงชน อ.เมือง จ.สกลนคร นายเชน ก้อนกงไกว อายุ 29 ปี เลขที่ 505/3
ซ.คูเมือง 3 ถ.คูเมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง
จ.สกลนครพร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งจำนวน90 แท่ง 90 กิโลกรัม
และรถยนต์ยี่ห้อมาสด้าสีนำเงินทะเบียน กก 4281 สิงห์บุรี 1 คัน

น.ต.พฤฒิชัย มหสธน หน.สถานีเรือธาตุพนมเปิดเผยว่า
เหตุการณ์ระทึกในช่วงจับกุมเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนนี้เวลา 01.00 น.
หลังสืบทราบว่าสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงกัญชาอัดแท่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
สปป.ลาว โดยขึ้นฝั่งในเขตบ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ
อ.เมืองซึ่งเป็นหมู่บ้านติดริมฝั่งแม่น้ำโขง
จึงได้นำกำลังชุดหนึ่งไปดักซุ่มและอีกชุดหนึ่งดักบริเวณ 3
แยกบายพลาสเขตบ้านน้อยใต้เขตเทศบาลเมืองซึ่งเป็นเส้นทางรอบเมืองตัดสู่
จังหวัดสกลนคร

ขณะนั้นเองรถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งขึ้นมาจากถนนริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่ง
เป็นป่าด้วยความเร็วน่าสงสัยเจ้าหน้าที่จึงกวดไล่ติดตามพร้อมวิทยุให้กำลัง
ที่ดักรอสกัดตรวจค้นรถแต่ขณะที่เจ้าหน้าดักสกัดแสดงตัวตรวจค้นรถผู้ต้องหา
ทั้ง 2 เห็นเจ้าหน้าที่ได้ขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเส้นทางเดชะบุญหลบทัน
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจยิงสกัดรถคนดังกล่าวนับ 10 นัด
จนรถยางแตกกระสุนอีก 5 -6 นัดเจาะข้างประตูคนขับ ส่งผลให้นายประยงค์
ศรีสุวรรณ คนขับถูกกระสุนเจาะตรงหลังด้านซ้าย 1 นัดได้รับบาดเจ็บ
ก่อนที่จะจำนนมอบตัวเพราะยางรถแตกทั้ง 2 ล้อ

นายประยงค์ ศรีสุวรรณ
ผู้ต้องหาคนขับรถรับสารภาพว่าตนได้รับว่าจ้างจากนุนทุนที่จังหวัดสกลนครมาขน
กัญชาในพื้นที่บ้านหนองจันทร์ 2 ครั้งแล้วได้ค่าจ้าง 20,000
บาทเมื่อขับรถมาถึงพื้นที่ริมโขงจะมีชาวลาวขนกัญชามาให้ถึงฝั่งและขนขึ้นรถ
ช่วยโดยประสานงานทางโทรศัพท์ถึงจุดพื้นที่รับของเมื่อตนขนถึงจังหวัดสกลนคร
ก็จะจบหน้าที่รับเงินแบ่งกันส่วนนายทุนจะว่าจ้างไปส่งที่กรุงเทพก็ว่ากันอีก
ครั้งหนึ่ง

นาวาเอกวุฒิไกร ปั้นดี กล่าวอีกว่ากัญชาล๊อตนี้จะมีมูลค่าถึง 3
ล้านบาทปลายทางคือแถบภาคกลางจังหวัดพัทยาและภาคใต้เพื่อขายให้ชาวต่างชาติ
เสพและจากการสืบทราบราคากัญชาในฝั่งลาวซื้อขาย ก.ก.ละ 2,5000 บาท
ถึงฝั่งนครพนมกิโลกรัมละ 3,000
บาทและจะมีราคาแพงขึ้นตามความไกลของระยะทาง
ในปัจจุบันผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ทุกสถานีเรือตลอดแนวลำน้ำโขงสกัดกั้น
ทุกรูปแบบ.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075867

ฝรั่งไอริชแต่งกระเทยนครพนมสินสอด 2.8 ล้าน

นครพนม-ฝรั่งชาวไอร์แลนด์ วัย 47 ปีหลงเสน่ห์กระเทยนครพนมทุ่มสินสอด 2.8
ล้านแต่งสาวประเภท 2 วัย 35 ปี จัดพิธียิ่งใหญ่โต๊ะจีนกลางสนามกีฬากว่า
200 โต๊ะ เจ้าสาวเปิดใจพบรักที่พัทยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนาหลวง ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ได้มีพิธีจัดสมรสขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างฝรั่งชาวไอร์แลนด์กับสาวประเภท
2 ชาวบ้านนาหลวง ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านเดียวกับนายเดวิด
อินทรี นักร้องเพื่อชีวิตชื่อดังโดยบ้านงานจัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 195
ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าสาวคือ นายผจญ โพชราษฎร อายุ 35 ปี
ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น พิชญา โพชราษฎร หรือน้องญา สาวประเภท 2

โดยเจ้าบ่าวเรายนี้คือมิสเตอร์วิลเลี่ยม เจมส์บราว อายุ 47 ปี
ฝรั่งชาวไอร์แลนด์เหนือ มีขบวนแห่ขันหมาก
พร้อมมีขบวนฟ้อนวัฒนธรรมแบบชาวอีสาน
เพื่อไปเข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญที่สถานที่จัดงานพิธี ในสนามกีฬาบ้านนาหลวง
ที่มีการจัดพิธียิ่งใหญ่จัดโต๊ะจีนนับ 200 โต๊ะ มีญาติพี่น้อง
เพื่อนสนิทเพื่อนชาวต่างชาติ ที่มีภรรยาชาวนครพนมและชาวบ้าน
ร่วมงานอย่างอบอุ่น

เมื่อสอบถามนายพิชญา โพชราษฎร
ผู้เป็นเจ้าสาวกล่าวว่าวันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมพิธี
บายศรีสู่ขวัญเป็นเจ้าสาวและตนก็ไม่คาดคิดว่าจะมีวันนี้ขึ้นถึงแม้ตนจะเกิด
มาเป็นผู้ชาย แต่ตนรู้สึกว่ามีความเป็นหญิงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
และได้แปลงเพศมานานหลายปีแล้ว
โดยใช้เงินที่ตนเก็บไว้จากการทำร้านเสริมสวย

ส่วนที่มาของการพบเจ้าบ่าว นั้นมาจากที่บ้านฐานะยากจน
พอเรียนจบชั้นประถมต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
จนกระทั่งตนไปทำงานที่พัทยา จึงได้มีโอกาสพบเจ้าบ่าวโดยบังเอิญ
ขณะที่เจ้าบ่าวประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ตนพบเห็นจึงไปช่วยเหลือ
จึงเกิดความประทับใจ ติดต่อคบกันมานานกว่าปี
จนกระได้ตัดสินใจแต่งงานตามประเพณีอีสาน ให้เป็นความภาคภูมิใจของแม่ คือ
นางคำเหลือง โพชราษฎร อายุ 73 ปี ในบั้นปลายชีวิต
ส่วนพ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว ซึ่งตนมีพี่น้องทั้งมด 6 คน ตนเป็นคนที่ 5

นายพิชญา กล่าวอีกว่า สำหรับค่าสินสอดได้ตกลงเป็นเงินสดจำนวน 5
แสนบาท พร้อมสร้อยเพชร จำนวน 2 เส้น แหวนเพชร 2 วง และ
รถยนต์เก๋งอีกจำนวน 1 คัน รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 2.8 ล้านบาท
ซึ่งหลังแต่งงานก็จะใช้ชีวิตอยู่ที่นครพนม ดูแลแม่
และตนมีกิจการส่วนตัวคือร้านอาหารกับ ร้านเสริมสวย

ส่วนโปรแกรมฮันนีมูนหลังแต่งจะไปเที่ยวประเทศฮ่องกง
ส่วนเรื่องใครจะคิดยังไงที่ตนเป็นสาวประเภทสอง ตนไม่สนใจ
เพราะสำคัญอยู่ที่ทั้งสองรักกัน และเจ้าบ่าวก็ไม่เคยรังเกียจ
เพราะตนมีจิตใจเป็นหญิง ดูแลทุกอย่าง และชอบทำงานด้วย

ทางด้าน มิสเตอร์วิลเลี่ยม เจมส์บราว อายุ 47 ปี เจ้าบ่าว
กล่าวความรู้สึกเป็นภาษาฝรั่ง ผ่านเจ้าสาวว่า
วันนี้ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าพิธีแต่งงานแบบไทย
ถึงแม้เจ้าสาวจะไม่ใช่หญิงแท้ แต่ตนก็ภูมิใจ เพราะเจ้าสาวนิสัยดี
รู้จักทำงาน ตั้งแต่คบกันก็ดูแลมาตลอด
จนกระทั่งแต่งงานเจ้าสาวก็ยืนยันจะทำอาชีพที่เคยทำอยู่คือเสริมสวย
และก็ทำร้านอาหารในตัวเมืองนครพนมที่ตนลงทุนให้
สำหรับการพบรักกับเจ้าสาวตนถือไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นความเข้าใจมากกว่า
และพร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นครพนม

ส่วนนางคำเหลือง โพชราษฎร อายุ 73 ปี แม่เจ้าสาว กล่าวว่า
ตนรู้สึกดีใจที่ลูกได้แต่งงาน ถึงแม้ลูกจะไม่ใช่หญิงแท้
แต่เค้ามีความเป็นหญิงมาตั้งแต่เกิด ซึ่งตนมีลูกทั้งหมด 6 คน หญิง 3 คน
ชาย 3 คน แต่น้องญา ถือเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ถึงแม้ใครจะคิดยังไงก็ตาม
ตนไม่สนใจเพราะตนถือว่าลูกเป็นคนดี มีอาชีพสุจริต
ถือเป็นความสุขในบั้นปลายชีวิต เพราะที่ผ่านมาถึงลูกจะเป็นสาวประเพศ 2
ญาติพี่น้องก็ไม่เคยรังเกียจรักกันทุกคน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075753

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กกต.นครพนม ดึงวิทยุชุมชนร่วมรณรงค์เลือกตั้ง 66 อบต.

นครพนม- ประธาน กกต.นครพนม ผนึกกำลังวิทยุชุมชนกว่า 30 แห่ง
รณรงค์เลือกตั้ง อบต.66 แห่งที่ใกล้หมดวาระ

นายธงชัย ชำนาญไพร ประธาน กกต.จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า
ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง อบต.ในพื้นที่จังหวัดนครพนม
จำนวน 66 แห่งที่จะหมดวาระลงในวันที่ 30
ก.ค.ซึ่งจะดำเนินการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 3-7
ส.ค.และเลือกตั้งในวันที่ 6
ก.ย.โดยในส่วนการจัดการเลือกตั้งนั้นไม่มีปัญหา
แต่ประเด็นสำคัญการเลือกตั้ง
อบต.ที่จะถึงนี้ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ
ตชด.และอีกหลายภาคส่วนเข้ามาดูแลความเรียบร้อยมากขึ้น

โดยเฉพาะการทุจริตเลือกตั้งและการต่อสู้ด้านการเมืองท้องถิ่นไม่ให้
มีความรุนแรงในลักษณะคุกคามซึ่งกันและกันเพราะสนามเลือกตั้ง
อบต.ในปัจจุบันจะร้อนแรงมากขึ้นซึ่งไม่เรียบง่ายเหมือนแต่ก่อนโดยจะดูตรงจุด
นี้พิเศษ

นายธงชัย ชำนาญไพร กล่าวอีกว่าในส่วนของการรณรงค์การเลือกตั้ง
อบต.66 แห่งนั้น ทาง กกต.จังหวัด
ได้มีการจัดประชุมให้ความรู้ผู้บริหารตลอดจน ดีเจวิทยุชุมชนจำนวนกว่า 30
สถานีทั่วจึงหวัดนครพนม
โดยดึงวิทยุชุมชนทุกแห่งเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์เลือกตั้งครั้งนี้
เนื่องจากวิทยุชุมชนมีกระจายอยู่ทุกพื้นที่อำเภอและใกล้ชิดกับประชาชนตาม
หมู่บ้านรับฟังกันมากโดยการมอบเอกสารหรือข่าว
กกต.ตลอดจนกฎระเบียบที่ถูกต้องในการปฏิบัติตนของผู้สมัคร อบต.

ตลอดจนการกระทำเข้าข่ายความผิดทุจริตเลือกตั้งพร้อมกับรณรงค์ให้
ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างโปร่งใสนอกจากนี้ยังให้ความรู้แก่เจ้า
ของสถานีวิทยุชุมชนและ
ดีเจ.ในสังกัดได้พูดตามกรอบที่กำหนดไว้และไม่พูดในข่ายที่กระทำผิดเลือกตั้ง
ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือกับวิทยุชุมชนในจังหวัดเป็นอย่างดี

ด้าน ดีเจเขยหล้าบ่าวปลาไหลไปแปดหลอด จากคลื่น Fm 105.50
วิทยุท้องถิ่นเพื่อชุมชนคนนครหมู่บ้านอัมพร 2 กล่าวว่า ที่ผ่านมา
วิทยุชุมชนกว่า 30 แห่งในจังหวัดจะอยู่ในรูปแบบชุมชน
ซึ่งก็มีการประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอด
และมีการกำหนดทิศทางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของรัฐสู่ประชาชนโดยงดพูดปลุก
เร้าประชาชนเรื่องการเมืองซึ่งการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นสนามเล็กสนามใหญ่ก็
จะเป็นส่วนหนึ่งในเผยแพร่ข่าวสารเลือกตั้ง กกต.

โดย ไม่มีการคิดเห็นหลักการพูดจะเน้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเวลา
ที่กำหนดพร้อมกับแฝงคำง่ายๆ
ให้ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์ด้วยความสุจริตใจโดยไม่รับเงินซื้อเสียงหรือ
เลือกผู้สมัครที่ใช้เงิน
เพราะใครใช้เงินซื้อเสียงให้คิดเสียว่าเขาเข้ามาโกงกินแน่นอน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073073

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สลด! พ่อเฒ่า 75 นครพนมมีอาการทางประสาทไร้เงินรักษา-ลูกหลานต้องล่ามโซ่

นครพนม - อบต.ท่าค้อร้องสื่อ หลังพบคุณตาวัย 75 ปี มีอาการทางประสาท
ถูกลูกชายล่ามโซ่ไว้กับบ้าน อยู่กับหลาน ป้องกันไม่ให้อาละวาดเพื่อนบ้าน
เพราะฐานะยากจนไม่มีเงินรักษาให้หายขาด

นายประจิต คำพิมพ์ อายุ 34 ปี สมาชิกสภา อบต.บ้านเมืองเก่า หมู่ 2
ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า
ที่หมู่บ้านของตนมีชายวัย 75 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
ป่วยเป็นโรคอาการทางประสาทถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้าน มานานเกือบ 20 ปี
ซึ่งมีฐานะยากจนอาศัยอยู่กับหลาน ไม่มีเงินรักษา
ชาวบ้านจึงเกิดความสลดหดหู่ ไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ
นำตัวไปรักษาจึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง มาตรวจสอบดูแลหาทางรักษาด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 11
หมู่ 2 บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ซึ่งสภาพเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ภายในบ้านพบนายโฮม
บัวดา อายุ 75 ปี ในสภาพร่างกายซูบผอม นอนอยู่ในสภาพมีโซ่เหล็ก ยาวประมาณ
2 เมตร ล่ามติดกับบ้าน ล็อกด้วยกุญแจที่ข้อเท้าด้านซ้าย

เมื่อสอบถาม นางสาวทิพย์สุดา บัวดา อายุ 18 ปี
ผู้เป็นหลานสาวอาศัยอยู่ในบ้าน เล่าว่า ตนเป็นหลานสาวของนายโฮม
เกิดมาก็พบว่าคุณตามีอาการทางประสาทแล้ว โดยพ่อของตน
ซึ่งเป็นลูกคนโตของคุณตา ไม่มีเงินพาไปรักษาให้หายขาด เพราะมีฐานะยากจน
หาเช้ากินค่ำเคยไปติดต่อรับยามาจากโรงพยาบาลจิตเวชนครพนม แต่ไม่หายดี
เพราะไม่ได้กินยาต่อเนื่อง และไม่มีเงินไปหาหมอ
ทำให้พ่อของตนต้องใช้วิธีล่ามโซ่คุณตาติดไว้กับบ้าน
เพราะบางครั้งจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งโวยวาย ด่าทอคนอื่นเป็นประจำ
เกรงว่าจะไปที่อื่นและทำร้ายคนสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อชาวบ้าน
เพราะพ่อต้องไปทำงานรับจ้าง ไม่มีใครดูแล

นางสาวทิพย์สุดา กล่าวต่อว่า พอตนโตมีครอบครัว
พ่อก็ไปทำงานที่อื่น เพราะต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัว
ปล่อยให้ตนดูแลต่อตามมีตามเกิดกับแฟนที่ทำงานรับจ้างรายวัน
เคยร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
จึงอยากวอนให้ผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานเกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ
เพราะจนปัญญาจะพาไปรักษา
มีวิธีเดียวก็คือล่ามโซ่ไว้ไม่ให้ไปสร้างปัญหากับคนอื่นในหมู่บ้าน
เท่านั้น

ทางด้านนายประจิต คำพิมพ์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เล่าว่า นายโฮม
บัวดา มีลูกทั้งหมด 5 คน
แต่แยกย้ายไปทำงานดินรนหาเงินเลี้ยงชีพต่างถิ่นกันหมด
ทิ้งให้นายโฮมอยู่กับนางสาวทิพย์สุดา
บัวดาและหลานเขยที่มีอาชีพทำงานรับจ้างรายวัน ส่วนสาเหตุทราบว่า
เกิดจากเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน นางสมเพศ บัวดา ขณะนั้นอายุประมาณ 55 ปี
ผู้เป็นภรรยาของนายโฮมเสียชีวิต หลังจากคลอดบุตรคนที่ 5 ประมาณ 20 วัน
ทำให้นายโฮมเสียใจมาก เกิดอาการเครียดและเกิดอาการทางประสาทตั้งแต่นั้นมา

อาการของนายโฮมได้รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนลูกคนอื่นๆ
ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวและไปทำงาน เพื่อความอยู่รอด เพราะฐานะยากจน
จึงทิ้งให้อยู่กับหลานสาวและหลานเขย ตามลำพัง นานๆ ครั้งลูกๆ
จึงกลับมาเยี่ยม
ซึ่งเพื่อนบ้านเคยพาไปติดต่อรับยาจากโรงพยาบาลจิตเวชมาให้กินก็ดีขึ้นแค่
ระยะหนึ่งแล้วก็เป็นอีก

สำหรับอาการจะคลุ้มคลั่ง พูดคุยไม่รู้เรื่อง ชอบด่าทอชาวบ้าน
โวยวาย พูดจาเพ้อเจ้อ คุยไม่รู้เรื่อง
จนต้องใช้วิธีผูกโซ่เหล็กล่ามติดกับบ้านไว้ตลอด
พอถึงเวลากินข้าวก็จะหามาให้กิน
จากนั้นก็จะให้กินยาที่โรงพยาบาลจิตเวชให้มา เพื่อจะทำให้นายโฮมนอนหลับ

นายประจิต เล่าอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือนั้น ทาง
อบต.ท่าค้อก็มีแค่งบประมาณเบี้ยยังชีพคนแก่เดือนละ 500 บาท เท่านั้น
เคยติดต่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องก็เคยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจิตเวช
มาดูแลให้ยามากินบรรเทาอาการ แล้วก็เงียบหายไป
ตนกับคนในหมู่บ้านมีความรู้สึกหดหู่ในความเป็นอยู่ของครอบครัวดังกล่าวมานาน
หลายปี จนกระทั่งรู้สึกว่าอาการของนายโฮมหนักขึ้นเรื่อยๆ
จึงไปปรึกษากับคนในหมู่บ้านและร้องเรียนผ่านมายังสื่อมวลชน
วิงวอนให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาดูแลหาทางช่วยเหลือ
เนื่องจากที่ผ่านมาแจ้งไปก็ไม่มีใครมาสนใจ
อีกทั้งสภาพคนที่ถูกล่ามโซ่ตนคิดว่าในสังคมไทยไม่น่าจะมีอีกแล้ว
ที่สำคัญตนเชื่อว่าหากนายโฮมได้รับการรักษาที่ดีต่อเนื่องคงหายเป็นปกติได้
เพราะไม่ได้เป็นแต่กำเนิด แต่หากปล่อยทิ้งไว้คงรอเพียงแค่ให้หมดลมหายใ
เพราะแค่หาเงินซื้อข้าวกินก็ยังลำบาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072726

แปลก! พบสุนัขเกลียดบุหรี่ที่นครพนม เจอคนสูบบุหรี่ต้องไล่ดับ

นครพนม - พบสุนัขพฤติกรรมแปลกเกลียดบุหรี่
เจอใครสูบบุหรี่ต้องใช้ลิ้นตวัดเลียให้ดับ
จนสิงอมควันในหมู่บ้านไม่อยากเข้าใกล้ เจ้าของเผยเคยสูบบุหรี่
แต่เมื่อสุนัขของตัวเองมีพฤติกรรมแบบบนี้จึงต้องเลิก

ที่จังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าวได้รุดตรวจสอบสุนัขของ นายประจิต
คำพิมพ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ซึ่งมีพฤติกรรมแปลกผิดจากสุนัขทั่วไปและสิงห์อมควันในหมู่บ้านต้องหลีกหนี
และต้องระมัดระวังตัวขณะสูบบุหรี่เพราะสุนัขตัวนี้เมื่อมันเห็นใครดูดบุหรี่
มันจะวิ่งเข้าไปหา เพื่อหาทางใช้ลิ้นเลียให้ดับทันที

นายประจิต คำพิมพ์ อายุ 34 ปี
เจ้าของสุนัขกล่าวว่าสุนัขตัวนี้ชื่อ จินนี่
เป็นสุนัขพันธุไทยเพศเมียตัวสีขาวอายุประมาณ 2 ปี
ตนเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเหมือนสุนัขบ้านอื่นๆ ตามหมู่บ้านชนบท
จากนั้นนายปราจิตได้พิสูจน์ให้ดูโดยนำบุหรี่มาจุดสูบพอเจ้าจินนี่เห็น
มันจึงแสดงพฤติกรรมแปลกให้เห็น โดยจะจ้องมองที่บุหรี่ตลอด
พอเจ้าของถือบุหรี่หย่อนในระดับที่ปากมันถึง
ก็จะตรงเข้าใช้ลิ้นเลียบุหรี่ที่ติดไฟให้ดับทันที

นายประจิต เล่าถึงที่มาให้อีกว่าฟังว่า เมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้ว
ตนได้ไปขอเจ้าจินนี่จากเพื่อนบ้านมาเลี้ยง จากนั้นมันอายุได้ประมาณ 6
เดือน สังเกตเห็นว่าเมื่อมันพบเห็นใครก็ตามดูดบุหรี่ จะเข้าไปจ้องมอง
แต่พอคนดูดบุหรี่ถือบุหรี่มาใกล้ปากมันจะใช้ลิ้นตวัดเลียให้ไฟบุหรี่ดับ
ทันที ซึ่งตนคิดว่ามันคงไม่ชอบควันบุหรี่
แต่ถือว่าแปลกเพราะสุนัขอีกสองตัวที่ตนเลี้ยงไว้ กับไม่มีพฤติกรรมแบบนี้

นอกจากนี้เมื่อมันพบเห็นว่าใครก็ตามทิ้งบุหรี่ลงพื้น
มันก็ตาตามไปดับทันที แม้กระทั่งเพื่อนบ้านที่มานั่งเล่นในบ้าน
เมื่อจินนี่เห็นว่าดูดบุหรี่
และมีโอกาสที่มันจะใช้ลิ้นตวัดดับได้มันจะดับบุหรี่ในมือคนดูดทันทีซึ่งมัน
ไม่กลัวว่าจะร้อนไฟจุดบุหรี่เลย โดยเฉพาะเจ้าของเอง แต่ก่อนเคยดูดบุหรี่
แต่พอเห็นจินนี่มีพฤติกรรมดังกล่าวจึงเลิกสูบได้เป็นปีแล้ว
ซึ่งตนคิดว่ามันคงไม่อยากให้ดูด โดยที่ไม่เคยฝึกมันเลย
พอชาวบ้านทราบข่าวก็พูดต่อกันจนดังไปทั่ว และให้ฉายามันว่าสุนัขดับบุหรี่


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072725

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาชีพเสริมพิสดาร! เลี้ยง "ต่อหัวเสือ" ขายทำเงินนับหมื่นต่อปี

นครพนม - อาชีพพิสดารชาวบ้านหนองแคน อำเภอวังยาง
จังหวัดนครพนมใช้พื้นที่สวน
ทุ่งนาพากันเลี้ยงต่อหัวเสื้อที่มีพิษร้ายถูกต่อยถึงตาย ขายทำเงินรังละ
500 บาท เผยสร้างรายได้ปีละนับหมื่นโดยไม่ต้องลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองแคน หมู่ 3 ต.ยอดชาติ อ.วังยาง
จ.นครพนม ชาวบ้านที่นี่กว่า 10 หลังคาเรือน
ได้ประกอบอาชีพพิศดารเสริมรายได้จากการทำการเกษตร
โดยใช้พื้นที่สวนหลังบ้าน และพื้นที่ตามทุ่งนา
เลี้ยงต่อหัวเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องพิษร้าย
เวลาถูกต่อชนิดนี้กัดต่อยจะเจ็บปวดมาก บางรายโชคร้ายถึงขั้นเสียชีวิต
แต่ในมุมกลับกันกลับกลายเป็นอาชีพทำเงินปีละนับหมื่นบาทต่อครอบครัว

นายสุวรรณ หงส์สา วัย 41 ปี
ชาวบ้านที่เลี้ยงตัวต่อชนิดนี้รายหนึ่งเล่าว่า
อาชีพเลี้ยงต่อทำเงินให้ชาวบ้านที่นี่มานานนับ 10 ปีแล้ว
ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นกลมกลืนกับวิถีธรรมชาติ
โดยผู้เลี้ยงต่อจะจับกลุ่มกันละ 3-4 คน
ออกหาเอารังต่อที่ทำรังในป่าใกล้หมู่บ้านในช่วงฤดูลงทำนา
แล้วนำมาผูกติดกับคานไม้ในสวนหลังบ้าน
หรือตามกิ่งไม้ตามทุ่งนานอกหมู่บ้านเฉลี่ยคนละ 40-50 รัง

หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวต่อหากินตามธรรมชาติอาหารของต่อ คือ
ปลาขนาดเล็ก เศษเนื้อ พร้อมกับการออกไข่และเกิดตัวอ่อนภายในรัง
โดยตัวอ่อนจะมากที่สุดคือในช่วงออกพรรษาหรือช่วงเกี่ยวข้าวใหม่

"เราจะขายได้ทันทีรังละ 500-600 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้
ว่าชอบรังไหน เมื่อตกลงราคาเราก็ลงมือนำคบไฟลนไล่ตัวแม่ต่อออกจากรังจนหมดแล้วก็นำรังต่อ
ที่มีดานลูกต่อเต็มรังมอบให้ลูกค้า
ซึ่งขั้นตอนตอนการออกหารังต่อและใช้ไฟลนรังต่อจะต้องระวังไม่ให้ตัวต่อกัด
มันจะเจ็บปวดมาก"

สำหรับลูกอ่อนของตัวต่อจะอร่อยมาก และมีโปรตีนสูง
สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู เช่น นึ่ง ลาบ หรือทำหมก ทั้งนี้
กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเงิน เช่น ข้าราชการมารับซื้อ
เพราะตัวต่ออ่อนหารับประทานยากมาก โดยต่อที่เลี้ยงจะขายหมดแทบไม่พอขาย

นายสุวรรณบอกว่า
ในแต่ละปีจะมีรายได้จากการขายรังต่อปีละนับหมื่นบาทโดยไม่ต้องลงทุนอะไร
เพียงแต่ออกแรงออกหารังต่อตามป่าเท่านั้น

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ร.พ.นครพนม รณรงค์ Big Cleaning Day ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
เมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00น. ณ อาคารผู้ป่วยนอก
โรงพยาบาลนครพนม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครพนม
ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ Big Cleaning Day
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 ครั้งที่ 2 โดยนายแพทย์ธีรพล
โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เป็นประธาน โดยมีวัตถุประสงค์
ให้เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครพนมทุกคนได้ตระหนัก
ถึงความสำคัญของการดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลให้สะอาด
อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาโรงพยาบาลและการให้บริการที่มีคุณภาพ
ตลอดจนการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งได้ทำ Big Cleaning
Day พร้อมกันในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดใหญ่
หรือ Big Cleaning Day ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 13
มิถุนายน 52 มีกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาด 5 ส ภายนอกอาคาร
เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายในและรอบๆ บริเวณโรงพยาบาล
และเน้นทำความสะอาดในหอผู้ป่วย และครั้งที่ 2 วันที่ 21 มิถุนายนนี้
เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข
ในการรณรงค์ทำความสะอาดป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่กำลังมีการระบาดในขณะนี้ ซึ่งเป็นการรวมพลังของชาวโรงพยาบาลนครพนม
โดยร่วมกันทำความสะอาดใน พื้นที่ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู
โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันใด รถเข็นเปล ปุ่มกดลิฟต์ ปุ่มชักโครก
โดยจะให้มีการทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ตำรวจน้ำ-ทหารนครพนมยึดกล้วยไม้-สัตว์ป่าต้องห้ามมูลค่ากว่า 2 แสนบ.

นครพนม- สนธิกำลังทหารเรือ-ตำรวจนครพนม ยึดกล้วยไม้หวงห้าม
พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครองที่ขนจากลาวผ่านจุดผ่อนปรนท่าอุเทน มูลค่ากว่า 2
แสนบาท

วันนี้ (22 มิ.ย.) นายประสิทธิ์ พุทธบูชา
หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม ร่วมกับ นายสมชาติ วิสารทพงศ์
หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม นาวาเอก สุเทพ บุญศรี
หัวหน้าสถานีเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
และกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน
นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการลักลอบค้าพืชอนุรักษ์หวงห้าม
และสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง บริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว
ในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
ที่มีการเปิดให้ประชาชนทำการค้าขาย ทุกวันจันทร์
กับวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์

ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับรายงานว่า
มีการลักลอบนำพันธุ์พืชจำพวกกล้วยไม้อนุรักษ์หวงห้าม
และสัตว์ป่าคุ้มครองว่าด้วยอนุสัญญาไซเตท
มาขายส่งออกไปยังต่างจังหวัดจำนวนมาก

ผลจากการตรวจสอบพบมีการลักลอบขนกล้วยไม้หลายชนิด
ที่นิยมซื้อขายกันตามตลาดกล้วยไม้ มีพันธุ์ตระกูลช้าง ช้างกะ แววมยุรา
ปรงสีฟัน เอื้องคำ และเฟินหางหงษ์ ซึ่งถือเป็นกล้วยไม้ที่มาราคาแพง
เมื่อส่งถึงกรุงเทพมหานคร ซื้อขายกันประมาณต้นละ 1,000-2,000 บาท
มูลค่ารวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท

โดยบรรจุใส่กระสอบปุ๋ยมาวางริมฝั่งแม่น้ำโขง รอขนส่งต่อไปขาย
แต่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงตรวจยึดเป็นของกลาง มีน้ำหนักรวมประมาณ
100 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง ชะมดหางปล้อง
น้ำหนักตัวละประมาณ 5-10 กิโลกรัม ได้จำนวน 3 ตัว และซากหัว และเนื้อ
กวางอีก จำนวน 1 ตัว

นายประสิทธิ์ พุทธบูชา หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม กล่าวว่า
สำหรับการตรวจยึดครั้งนี้ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย
เพื่อเป็นการป้องกันลักลอบค้าสัตว์ป่าสงวน และคุ้มครอง
เนื่องจากปัจจุบันพบว่าตามแนวชายแดนมีการลักลอบนำมาจากประเทศเพื่อนบ้านมา
ขายจำนวนมาก อีกทั้งป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางสัตว์
ซึ่งปัจจุบันมีโรคระบาดหลายชนิดที่อันตราย

การจับกุมจะเน้นการตรวจยึด และขอความร่วมมือ ป้องกันปราม
เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน ที่อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หากมีการดำเนินคดี

ทางด้าน นายสมชาติ วิสารทพงศ์ หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม กล่าวว่า
ปัจจุบันพบว่าตามชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง มีการลักลอบนำพืชอนุรักษ์หวงห้าม
ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช 2518 ข้ามมาจำหน่ายจำนวนมาก
โดยเฉพาะกล้วยไม้พันธุ์ที่นิยมซื้อขาย
ซึ่งราคาที่นำข้ามมาตามจุดผ่อนปรนไม่แพง ต่อเมื่อส่งไปขายต่อที่กรุงเทพฯ
จะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ซึ่งถือเป็นการผิดสัญญาว่าด้วยอนุสัญญาไซเตท
ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าของไทยกับต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้มีการระดม คุมเข้มตรวจสอบ การลักลอบนำข้ามมาขาย
ซึ่งส่วนใหญ่จะถือโอกาสในวันที่มีการเปิดตลาดนัดไทย-ลาว
ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการออกตรวจสอบ พร้อมยึดเป็นของกลาง
เมื่อพบว่ามีการครอบครองเกินกฎหมายกำหนด ประมาณคนละไม่เกิน 20 ต้น
และมีการขอความร่วมมือกับแม่ค้า ทั้งไทย-ลาว ด้วย ซึ่งพื้นที่นครพนม
ถือเป็นเป้าหมายที่มีการลักลอบนำเข้ามากที่สุด

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปธ.หอนครพนมแนะรัฐใช้เงินกู้สร้างงานในชนบท

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2552 10:08 น.
นครพนม - ประธานหอการค้านครพนมแนะรัฐ
ใช้เงินกู้บูรณาการให้ประชาชนในชนบทมีงานทำสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
ชี้การสร้างถนน-ระบบชลประทานได้รับประโยชน์แค่ธุรกิจบางกลุ่ม

นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนมเปิดเผยว่า
กรณีที่รัฐบาลจะมีการใช้เงินกู้กว่า 4
แสนล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้านนั้นเป็นเรื่องที่ดีจะทำให้
เศรษฐกิจที่ซบเซากระเตื้องขึ้น
แต่ถ้าดูตามแผนจะเห็นว่าจะมีการใช้เม็ดเงินจำนวนมาก
ทุ่มลงไปในส่วนการก่อสร้างถนนลาดยางตามโครงการถนนไร้ฝุ่นและอีกส่วนหนึ่งจะ
เป็นการก่อสร้างระบบชลประทานซึ่งเป็นโครงการที่ดีจะทำให้การสัญจรสะดวก
เกษตรกรก็จะมีน้ำในการทำการเกษตรมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม
ตนอยากให้รัฐบาลบูรณาการให้ประชาชนระดับรากหญ้ามีงานทำและได้รับเม็ดเงิน
เลี้ยงครอบครัวจากเม็ดเงินก้อนมหาศาลนี้ด้วย เช่น
การก่อสร้างถนนหรือระบบชลประทานควรจะว่าจ้างแรงงานชาวบ้านเข้ามามีส่วนเป็น
แรงงานรับจ้างในการทำถนน
หรือระบบชลประทานจะทำให้พวกเขามีรายได้ก็จะช่วยแรกงานตกงานอีกทางหนึ่ง

ซึ่ง ถ้ามองการทำถนนหรือระบบชลประทานในปัจจุบันจะเน้นการใช้เครื่องจักรและกลุ่ม
ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ตลอดจนการจำหน่วยวัตถุดิบจะเป็นเพียงกลุ่มเดียวคือ
ขายหินและยางมะตอยและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อยมาก

เมืองท่าแขกพบเรือโบราณอายุกว่า 200 ปี 2 ลำจมใต้น้ำโขง เตรียมโปรโมทขายท่องเที่ยว

นครพนม - ชาวลาวตื่นพบเรือโบราณอายุกว่า 200 ปี 2
ลำจมอยู่ใต้ลำน้ำโขงหลังหลวงปู่นิมิตเห็นงูใหญ่ 2
ตัวเชื่อมาขออยู่วัดก่อนชาวประมงจะพบเรือแล้วมามอบให้
หัวหน้าการค้าเมืองท่าแขกชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมสิ่งโบราณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การค้นพบเรือโบราณ 2 ลำของชาวลาวเมื่อเร็วๆ
นี้ได้รับการเปิดเผยจากท่านดวงสา
อินทะพรหัวหน้าการค้าเมืองท่าแขกพร้อมเชิญคณะทีมข่าวเราเดินทางข้ามโขงจาก
ฝั่งนครพนมเข้าไปถ่ายภาพเพื่อโปรโมตเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมสิ่งของโบราณในยุค
อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ในลุ่มลำน้ำโขง โดยท่านดวงสา อินทะพร กล่าวว่า
ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาที่วัดจอมแดง บ้านปากเป่งเมืองท่าแขกแขวงคำม่วน
สปป.ลาว ได้มีชาวประมงค้นพบเรือโบราณจำนวน 2 ลำ
ที่จมอยู่ใต้ลำน้ำโขงก่อนที่จะทำพิธีช่วยกันน้ำขึ้นแล้วนำมามอบให้กับทางวัด
เก็บไว้ให้ประชาชนชาวลาวได้ชมและบูชาหรือให้นักท่องเที่ยวได้ชม

โดยเรือที่ชาวลาวค้นพบทั้ง 2 ลำ
ลำแรกจะเป็นเรือพายขนาดใหญ่ยาวประมาณ 8-9 เมตรกว้าง 2 เมตร
เป็นเรือขุดของชาวโบราณใช้ไม้ทั้งลำ ขณะที่ลำที่ 2 มีความยาว 20 เมตร
ใช้ไม้ทั้งลำต้นมีสภาพผุพังเพราะผ่านเวลามานานในการจมอยู่ใต้น้ำ
ซึ่งทางวัดได้นำผ้าหลากสีมาผูกมัดและเครื่องกระทงดอกไม้บูชาให้ชาวบ้านบูชา
ซึ่งถือว่าเป็นของโบราณศักดิ์สิทธิ์มีแม่ย่านางสิงสถิต"

หลวงพ่อจานมหาคำแดง จันทะระวิชัย เล่าว่า เรือ 2
ลำนี้คาดว่ามีอายุกว่า 200 ปีในอยู่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์
เจ้าเมืองที่นี่ตลอดจนประชาชนทั้งสองฝั่งไทยลาวในปัจจุบันจะใช้เรือในการ
สัญจรจะสะดวกที่สุดเรือลำแรกจะเป็นเรือพายขนาดใหญ่ใช้ไม้ทั้งลำขุดผิวเรียบ
คาดจะเป็นเรือผู้สูงศักดิ์ในยุคนั้น ส่วนเรือลำที่ 2
จะเป็นเรือยาวใช้ไม้ตะเคียน (ไม้แคน) ทั้งสองลำมีอายุกว่า 200 ปี
ก่อนที่จะได้เรือ 2 ลำนี้มาประมาณ 1
เดือนที่ผ่านมาตนได้นิมิตฝันไปว่ามีงูใหญ่ 2 ตัว มาขออยู่ที่วัด

ต่อ มาก็มีชาวประมงในลำน้ำโขงได้ไหลมองแล้วติดกับเรือแต่ละลำในเวลาต่างกันห่าง
กันประมาณ 3-4 วัน
แต่ชาวประมงและชาวบ้านที่มุดน้ำลงไปดูยังไม่สามารถนำขึ้นมาได้
โดยชาวประมงที่มุดลงไปดูพอนอนกลางคืนฝันไปว่ามีคนแต่งตัวคล้ายลิเกของไทยมา
เข้าฝันว่าเรือของกูถ้าจะเอาขึ้นต้องเอามาไว้ที่วัด

ก่อน ที่ชาวบ้านจะทำพิธีเอาเรือขึ้นทั้ง 2
ลำขึ้นได้สำเร็จแล้วนำมาเก็บไว้ที่วัดจอมแดงอย่างที่เห็น
ซึ่งในแต่ละวันจะมีชาวบ้านมาบูชาและชมเรือโบราณนี้ตลอดเวลา
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ศิลปากรลาวมาตรวจสอบชี้ว่าเรือลำนี้มีอายุ 200 ปี

ด่านนครพนมเข้มตรวจหวัด 2009 ชาวต่างชาติ ไข้สูงกักตัวสอบอาการ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 มิถุนายน 2552 13:26 น.

นครพนม - ด่านศุลกากรนครพนมตรวจเข้มชาวต่างชาติป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัด
2009 ตรวจพบไข้สูงเกิน 37.8 องศาจะถูกกักตัวตรวจสอบอาการทันที

นายมงคล อินธิราช
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำจังหวัดนครพนม
เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางด่านได้วางมาตรการป้องกันตรวจสอบโรคไข้หวัด 2009
อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะชาวต่างชาติทั้งชาวลาว และเวียดนาม
ตลอดจนนักท่องเที่ยวแถบยุโรปที่เดินทางมาจากแขวงคำม่วน สปป.ลาว
โดยจะใช้ปลอดวัดอาการไข้ตัวร้อนขึ้นสูง ถ้าหากพบตัวร้อนสูงเกิน 37.8
องศาก็จะถูกกักตัวทันที
พร้อมให้แพทย์จากโรงพยาบาลจังหวัดมาตรวจสอบว่าเป็นโรคไข้หวัด 2009
หรือไม่

นอกจากนี้ยังให้ผู้ป่วยเดินทางกลับ
พร้อมนี้ยังได้แจกเอกสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคแก่นักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ด้วย

นายแพทย์เด่นชัย ศรกิจ นายแพทย์สาธารณสุขนครพนมเปิดเผยว่า
ถึงแม้ในพื้นที่นครพนมจะยังไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ทั้งในเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ก็ได้วางมาตรการป้องกันตรวจสอบอย่างเข้มงวด
โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่มีเด็กนักเรียนรวมกลุ่มเป็นหมู่คณะ

สำนักงานสธารณสุขได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานพื้นที่การศึกษา
กำชับให้ครูแต่ละโรงเรียนเฝ้าดูแลจับตาอาการป่วยโรคไข้หวัดของเด็กนักเรียน
อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับผู้ปกครองถ้าพบบุตรเป็นไข้ตัวร้อนห้ามนำบุตรมาโรงเรียนเด็ดขาด
และต้องนำบุตรเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลจังหวัดดูอาการจนหายป่วย
ถึงจะนำบุตรมาโรงเรียนได้ เพราะหวั่นแพร่เชื้อให้เพื่อนในโรงเรียน

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เสื้อแดงค้าน ม.นครพนม แจกปริญญากิตติมศักดิ์ลูกชาย มท.1

นครพนม-เสื้อแดงนครพนม ค้าน ม.นครพนม เสนอชื่อลูกชาย มท.1
รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อ้างแอบแฝงการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้( 5 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่หน้าอาคารคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนมนายสมัย จันทะรัง อายุ 42 ปี
แกนนำคนเสื้อแดงนครพนม พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน
ได้ออกมาชุมนุมคัดค้าน กรณีที่ ม.นครพนม มีการประชุมหารือเพื่อเสนอชื่อ
นายอนุทิน ชาญวีระกูล อดีต รมช.กระทรวงสาธารณสุข
และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 111 คน
ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นบุตรชายของ มท.1 นายชวรัตน์
ชาญวีระกูล หน.พรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน
เข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต ซึ่งทางมหาวิทยาลัยนครพนม
จะมีการการจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน 2552 นี้

ในหนังสือคัดค้าน ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีระกุล
ไม่มีความเหมาะสมเป็นบุคคลที่สมควรจะได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต
เนื่องจากไม่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชาวนครพนม
อีกทั้งเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ เชื่อว่า
ในการเสนอชื่อครั้งนี้เป็นการแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง ที่มี
รศ.ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยนครพนม
อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 1 ใน 111 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง
ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นกรรมการของสภามหาวิทยาลัยนครพนม ช่วยผลักดัน
ซึ่งมีบุคคลที่สมควรจะได้รับอีกหลายคน แต่ไม่มีการพิจารณาเสนอ
จึงต้องมีการชุมนุมคัดค้านเพื่อความเป็นธรรม

นายสมัย ได้อ่านวัตถุประสงค์การคัดค้าน
ผ่านเครื่องขยายเสียงบริเวณด้านหน้าอาคารศิลปะศาสตร์ ให้คณาจารย์
และนักศึกษา ได้รับทราบ ก่อนยื่นหนังสือต่อ สภามหาวิทยาลัยนครพนม
เพื่อคัดคัด การพิจารณา โดยมี รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ส่งตัวแทนมารับเรื่อง
และนำไปพิจารณาหารือกับทางกรรมการสภามหาวิทยาลัย

ทางแกนนำยืนยันว่า จะคัดค้านให้ถึงที่สุดหากไม่ยกเลิกการเสนอชื่อ
ก่อนสลายตัวกลับ

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ รศ.ดร.สุวิทย์
เลาหศิริวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม แต่ยังให้การปฏิเสธ
ขอประชุมหารือกับทางกรรมการบริหารสภามหาวิทยาลัยก่อนผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม
เติมว่า สำหรับมหาวิทยาลัยนครพนม ได้ผ่านการยกฐานะ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย
เมื่อปี 2548 ซึ่งมีการหลอมรวมเอาสถาบันการศึกษาในพื้นที่นครพนม 5 แห่ง
มาเป็นมหาวิทยาลัยนครพนม
โดยได้รับการผลักดันจากนักการเมืองของพรรคไทยรักไทย ในอดีต
ทำให้มีการนำนักการเมืองเข้ามาร่วมบริหาร
ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งจากฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รพ.นครพนม จัดอบรมพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพเชิงรุก อสม. พร้อมเป็นแกนนำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
ร. พ.นครพนม จัดอบรมพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพเชิงรุก
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
พร้อมเป็นแกนนำค้นหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า
ปัจจุบันโรงพยาบาลนครพนม รับผิดชอบประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
มีอาสาสมัครสาธารสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. กระจายอยู่ในทั้ง 23 ชุมชน
จำนวนทั้งสิ้น 341 คน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนางานด้านสุขภาพ
ส่งผลให้สุขภาพของประชาชนในชุมชนดีขึ้น
และสามารถเป็นแกนนำในการค้นหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนอย่างต่อ
เนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น
การอบรมตามหลักสูตรต่าง ๆ การอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข
รวมถึงการจัดอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ
และทักษะถูกต้อง ในการให้บริการเชิงรุกได้
การจัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพเชิงรุก อสม. ครั้งนี้มี
อสม.เข้ารับการอบรม 130 คน วันที่ 4-5 มิถุนายน 2552
ที่ห้องประชุมร่มโพธิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ร.พ. นครพนม สัมมนาการดูแลทารกแรกเกิด ตามมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
โรง พยาบาลนครพนม เปิดโครงการ โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว
เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพเด็กตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 5 ขวบ
โรงพยาบาลนครพนม จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการดูแล รักษาทารกแรกเกิด
ถึง5 ขวบ ตามมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว โดยมี นายแพทย์ ธีรพล
โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เป็นประธานในพิธี
ซึ่งการจัดสัมมนาดังกล่าวก็สืบเนื่องจาก จังหวัดนครพนม
ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในจังหวัด
เพื่อลดอุบัติการณ์ในโรคที่เป็นปัญหาของจังหวัด ซึ่งหนึ่งในหกโรค
คืองานอนามัยแม่และเด็ก ตามตัวชี้วัดหลักของกรมอนามัย
ภายใต้โครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ในกลุ่มทารกแรกเกิด
ถึงปฐมวัย 5 ขวบ ได้กำหนดให้มีการส่งเสริมโภชนาการ
พัฒนาการและกิจกรรมอื่นๆ เช่น การได้รับวัคซีนตามวัย ดังนั้น
บุคลากรผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กกลุ่มนี้ จึงจำเป็นจะต้องมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย และสามารถทดสอบพัฒนาการเด็กได้
อีกทั้งยังมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนา ดูแล รักษา ที่เป็นมาตรฐาน
นอกจากนั้นการทดสอบพัฒนาการเด็กยังใช้สำหรับการวินิจฉัย
การช่วยเหลือที่ทันท่วงทีและยังคงใช้ในการประเมินผลด้านสาธารณสุขตลอดจนเป็น
การสำรวจข้อมูลประชากรกลุ่มเด็กปฐมวัย ดังนั้นทางโรงพยาบาลนครพนม
จึงได้จัดการประชุมในครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2-5 มิถุนายนนี้ ณ
ห้องประชุมตึกอำนวยการร่วมใจ เพื่อให้ผู้เข้ารับอบรมมีทักษะ ความรู้
ความเข้าใจและสามารถนำไปดูแลรักษาทารกแรกเกิด จนถึง 5 ขวบ
และส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมและสร้างเครือข่ายระหว่างแพทย์พยาบาล
ใน โรงพยาบาลนครพนมและโรงพยาบาลชุมชนอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เกษตรกรนครพนมขอ "ศุภชัย" ช่วยปลดหนี้ ราคาตก ที่ทำกิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 พฤษภาคม 2552 15:07 น.
เกษตรกรในพื้นที่ จ.นครพนม กว่า 100 คน รวมตัวกันต้อนรับ
นายศุภชัย ใจสมุทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่
ที่มาบรรยายสรุปการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรค
ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
แก้ปัญหาเรื่องหนี้สิน ราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ และปัญหาที่ดินทำกิน

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ไฟไหม้โรงเรียนใน อ.ศรีสงคราม ซ้ำเป็นครั้งที่ 11 ชี้อาจถูกลอบเผา

นครพนม - เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเรียนเขตอำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม
ซ้ำเป็นครั้งที่ 11 ตร.รุดตรวจสอบ ไม่ปักใจเชื่อไฟฟ้าลัดวงจร
ตั้งประเด็นขยายผลสอบกรณีลอบเผา

วันนี้ (25 พ.ค.) เวลา 08.00
น.ที่โรงเรียนบ้านปากยามอำเภอศรีสงครามจังหวัดนครพนม พ.ต.ต.ศุภกฤษ
ทองลิ่ม สารวัตรวิทยาการ
ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุกรณีเพลิงไหม้อาคารเรียน
ของโรงเรียนบ้านปากยาม (สมุทรกัลยาคาร)
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 หมู่ 4 ต.สามผง อ.ศรีสงคราม
จ.นครพนม ซึ่งเป็นอาคารไม้ยกสูง ความยาว 30 เมตร กว้าง 140 เมตร
ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง และยังมีอุปกรณ์การเรียนการสอน
จำนวนมากเสียหายทั้งหมด ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 24
พ.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายบรรจง คำเกษ อายุ 55 ปี
ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้การ ก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันหยุด
ภายในโรงเรียนได้มีครูเวร และนักการภารโรง ทำงานอยู่อีกอาคารหนึ่ง
ของโรงเรียน ลังจากนั้นได้ยินเสียงเหมือนไฟฟ้าลัดวงจร
ดังขึ้นภายในอาคารเรียนดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารเรียนแบบ ป 1 ฉ
สร้างมาตั้งแต่ปี 2514 ใช้เป็นห้องเรียน ชั้น ป.2-ป.5 มีจำนวน 4
ห้องเรียนมีนักเรียน 60 คน และเป็นห้องพักครูอีก 1 ห้อง

เมื่อวิ่งมาดูพบเห็นเพลิงโหมไหม้ช่วงกลางอาคารอย่างรวดเร็ว
ทางครูเวร และนักการภารโรงจึงได้ วิ่งไปบอกชาวบ้าน มาช่วยดับ
และแจ้งทางตำรวจ ขอรถดับเพลิงมาสนับสนุน แต่เพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากสภาพอาคารเป็นไม้เก่ามาก สร้างมาหลายปีแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.พ.ต.ต.ศุภกฤษ ทองลิ่ม
เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร
เนื่องจากพื้นที่ อ.ศรีสงคราม และ อ.นาหว้า จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เขต
ติดต่อกัน เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเพลิงไหม้
อาคารเรียนไม่ทราบสาเหตุ ถึง 10 ครั้ง ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 11
โดยจะได้เร่งสอบสวนเก็บหลักฐานอย่างละเอียด หาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้
โดยขอความร่วมมือไปด้านสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด
ลงมาตรวจสอบว่าเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่

นายบรรจง คำเกษ อายุ 55 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวอีกว่า
ส่วนเรื่องของระบบสายไฟฟ้าภายในอาคาร ทางโรงเรียนได้ปรับปรุง
และแก้ไขเปลี่ยนใหม่ พร้อมติดตั้งระบบตัดไฟฉุกเฉินด้วย
ที่ผ่านการตรวจสอบจากการไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อย ในปี 2551
ซึ่งสาเหตุนั้นตนไม่ทราบเลย
เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดไม่มีใครอยู่ในอาคาร และสอบถามครู นักเรียน
แล้วว่า ไม่ได้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้เลย

สำหรับโรงงเรียนได้เปิดเทอมมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 52
ซึ่งจะเป็นสัปดาห์ที่สองและพรุ่งนี้จะเปิดเรียนตามปกติ แต่มีเอกสาร
หนังสืออุปกรณ์การเรียน จำนวนมากได้รับความเสียหาย
รวมถึงเอกสารของโรงเรียนที่เตรียมประเมินภายนอก
ในสิ้นเดือนนี้ไฟไหม้เสียหายทั้งหมด
ซึ่งจะได้รายงานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่หาทางแก้ไขต่อไป
และเรื่องความขัดแย้งภายในหมู่บ้านที่จะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหานั้นรับรอง
ไม่มี

ทางด้าน นายธีรวุฒิ เจริญราษฎร์
ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 2 กล่าวว่า
กรณีเกิดเหตุไฟไหม้อาคารเรียนตนได้รายงานเบื้องต้นไปยัง
หน่วยงานเกี่ยวข้องแล้ว เพื่อประสานกับตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
ซึ่งได้รับรายงานจาก ผู้อำนวยการโรงเรียน บางส่วน
ที่จะต้องร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่ายตรวจสอบ

สำหรับสาเหตุนั้นต้องรอผลการตรวจสอบของวิทยาการ
เนื่องจากสามารถเกิดได้ทั้ง 2 ประเด็น คือ 1.ไฟฟ้าลัดวงจร หรือ
2.มีการลอบเผา เพราะเป็นพื้นที่ติดต่อ อ.นาหว้า ที่มีปัญหา
และในวันนี้หลายฝ่ายจะเข้าไปตรวจสอบ

นายธีรวุฒิ เจริญราษฎร์ กล่าวอีกว่า
ส่วนการดำเนินการของโรงเรียนวันได้สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ
เพราะนักเรียนมีน้อย โต๊ะ เก้าอี้ อาคารเรียน เพียงพอ
ส่วนอุปกรณ์การเรียน การสอน จะได้เร่งหาทางช่วยเหลือโดยด่วน
ที่สำคัญเรื่องนี้จะได้ร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง
สอบสวนโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุ และจะมีการตรวจสอบทางลับด้วย

ฝนตกไข้เลือดออกระบาดหนัก นครพนมป่วยแล้วกว่า 10 ราย

นครพนม - โรคไข้เลือดออกเริ่มระบาดหนักที่นครพนม
นายแพทย์สาธารณสุขฯชี้พบผู้ป่วยแล้ว 10 รายและมีแนวโน้มรุนแรงมาก
เหตุฝนตกซุกอากาศร้อนเร่งรณรงค์ป้องกันควบคู่โรคชิคุนกุนยา

นพ.เด่นชัย ศรกิจ นายแพทย์สาธารณสุขนครพนม เปิดเผยว่า
สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปี
เนื่องจากมีฝนตกซุกสลับกับอากาศร้อนอบอ้าวทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์ได้เป็น
อย่างดี ล่าสุดทั้งจังหวัดพบผู้ป่วยโรคไข้เลือกออกแล้วจำนวน 10 ราย
มากที่สุดในเขตอำเภอเมือง อำเภอเรณูนคร อำเภอปลาปาก

สำหรับมาตรการณ์ป้องกันได้กำชับให้ทุกโรงพยาบาลและสถานีอนามัยผนึก
กำลังกับชาวบ้าน
อสม.รณรงค์ให้ประชาชนได้กำจัดลูกน้ำยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์
พร้อมกับการฉีดพ่นหมอกควันตามหมู่บ้านตำบล

นอกจากนี้ยังให้
อสม.สถานีอานามัยตรวจสอบอาการป่วยไข้ตัวร้อนของเด็กและผู้ใหญ่
ซึ่งอาจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกหรือโรคชิคุนกุนยาอย่างเข้มงวด
โดยเฉพาะในพื้นที่ๆประชนเดินทางขึ้นมาจากทำงานในภาคใต้เป็นกรณีพิเศษ

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

จทบ.นครพนมหนุนชาวบ้านผลิตปุ๋ยใช้เองลดพึ่งปุ๋ยเคมี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 11:01 น.
นครพนม - ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกนครพนมมอบปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ
1,500 กระสอบแก่เกษตรกรชาวนาในเขตตำบลท่าค้อ
หลังนำกำลังพลร่วมกับชาวบ้านผลิตปุ๋ยใช้เองลดค่าใช้จ่ายช่วงทำนา

ที่องค์การบริหารส่วนทำบลท่าค้อ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
พล.ต.สุชาติ วายโสกา ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกนครพนม
เป็นประธานพิธีมอบปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพจำนวน 1,500
กระสอบแก่เกษตรกรชาวนาในเขตตำบลท่าค้อจำนวน 3 หมู่บ้าน
นำไปปรับปรุงดินในแปลงนา

ปุ๋ยที่มอบในวันนี้ทางชาวบ้านร่วมกับชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชนที่
2118 กอ.รมน.ภาค 2 พร้อมกำลังพลในค่ายพระยอดเมืองขวางจังหวัดทหารบกนครพนม
ได้น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มาปฏิบัติในการส่งเสริมให้ความรู้ชาวบ้านผลิตปุ๋ยใช้เอง
เพื่อลดค่าใช้จ่ายเกษตรกรในช่วงทำนาซึ่งขณะนี้ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงมาก

ร.ท.นัฐ เหมือนบุตดี
หัวหน้าชุดฯกล่าวว่าการนำชาวบ้านร่วมกันผลิตปุ๋ยครั้งนี้
สืบเนื่องจากชาวบ้านที่นี่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามแนวลำน้ำโขง
เดิมทีต้องใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงกระสอบละกว่า 1,000 บาท
ทางชุดจึงได้นำวิธีการผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพมาเผยแพร่โดยดึงชาวบ้านมามี
ส่วนร่วมลงมือผลิต ซึ่งชาวบ้านแต่ละคนจะนำปุ๋ยคอกมา 1 กระสอบ
และจะได้ปุ๋ยที่ผลิตกลับบ้านรวม 3 กระสอบ

นอกจากชาวบ้านจะได้ปุ๋ยไปใช้แล้ว ประเด็นสำคัญคือ
ได้ปลูกฝังความรู้ในการผลิตปุ๋ยแก่ชาวบ้านด้วยและชาวบ้านก็สามารถผลิตใช้เอง
ที่บ้านด้วยวิธีการง่ายๆ ซึ่งส่วนผสมของปุ๋ยที่ผลิตจะมีปุ๋ยคอก แกลบ
ชานอ้อย และน้ำหมักชีวภาพ เท่านั้น

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กกต.นครพนมเตรียมจัดการเลือกตั้ง อบต.66 แห่ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 12:42 น.
นครพนม - ประธาน กกต.นครพนม เตรียมจัดการเลือกตั้ง อบต.ในพื้นที่
66 แห่ง ที่กำลังจะหมดวาระ 30 ก.ค.นี้ เผยเปิดรับสมัคร 3-7 ส.ค.
และวันเลือกตั้ง 6 ก.ย.นี้ มั่นใจไม่มีเหตุความรุนแรง เหตุประสาน
ตชด.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเข้ามาดูแลความเรียบร้อยแล้ว

นายธงชัย ชำนาญไพร ประธานกกต.จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า
ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลใน
พื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 66 แห่ง ที่จะหมดวาระลงในวันที่ 30 ก.ค.นี้
โดย กกต.นครพนมจะดำเนินการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 3-7
ส.ค.และเลือกตั้งในวันที่ 6 ก.ย.52

ส่วนการจัดการเลือกตั้งเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหา
ประเด็นสำคัญการเลือกตั้ง อบต.ที่จะถึงนี้
ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน
และหน่วยงานรัฐอีกหลายส่วนเข้ามาร่วมดูแลความเรียบร้อย
โดยเฉพาะการกำกับดูแลการทุจริตเลือกตั้งและการต่อสู้ด้านการเมืองท้องถิ่น
ไม่ให้เกิดความรุนแรงในลักษณะคุกคามซึ่งกันและกัน

นายธงชัยกล่าวถึงคดีความการเมืองที่มีการฟ้องร้องกันในการทุจริต
เลือกตั้งที่ผ่านมาว่า
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการต่อสู้และพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 4
ได้รับคำฟ้องและอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยตัดสิน เบื้องต้นมีคำสั่งให้ 3
นายก อบจ. และนายกเทศมนตรีในพื้นที่
ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะตัดสินชี้ขาด โดยกรณีนายสมชอบ
นิติพจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ที่ถูกกล่าวหาคาดว่าประมาณ
4 เดือนจะรู้ผล

นอกจากนี้ กรณีของนายเกียรติพงษ์ กิติศรีวรพันธ์
นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าอุเทน
ที่ถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงนั้นจะมีการพิพากษาในวันที่ 21 พ.ค.จะถึงนี้
และสุดท้ายกรณีของนายวัฒนะ วดีศิริศักดิ์
นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีสงคราม
ที่ถูกฟ้องไม่รายงานค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งภายใน 90 วัน
อยู่ระหว่างรอการตัดสินของศาลเช่นเดียวกัน

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"บิ๊กจิ๋ว" เปิดบ้านทำบุญครบรอบวันเกิด 77 ปี วอนทุกฝ่ายสามัคคีให้โอกาสรัฐบาลทำงาน

นครพนม - "บิ๊กจิ๋ว" เปิดบ้านที่นครพนมทำบุญครบรอบวันเกิด 77 ปี
นักการเมือง ทหาร ประชาชน เข้าร่วมอวยพรคับคั่ง
พร้อมเป็นประธานเปิดหอเกียรติยศแหล่งรวบรวมประวัติ
ห่วงบ้านเมืองเกิดความแตกแยก วอนทุกฝ่ายสามัคคี
และให้โอกาสรัฐบาลบริหารประเทศ

วันนี้ (15 พ.ค.) ที่บ้านพัก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ถนนสุนทรวิจิตร
เลียบฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22
ของประเทศไทย ได้เดินทางมาทำบุญคล้ายวันเกิดครบรอบ 77 ปี ตรงกับวันที่ 15
พฤษภาคมของทุกปี โดยจังหวัดนครพนมร่วมกับ เทศบาลเมืองนครพนม
จัดทำบุญฉลองครบรอบวันเกิด เปิดพิพิธภัณฑ์หอสมุดเมืองนครพนม
และหอเกียรติยศของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

โดยเป็นสถานที่รวบรวมแสดงประวัติความเป็นมาของนครพนม
และชีวประวัติการทำงานของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในอดีตถึงปัจจุบัน
พร้อมทำพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 9 ตัว
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บรรยากาศภายในงานมีนายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
นำข้าราชการ พี่น้องประชาชนมอบช่อดอกไม้อวยพรในโอกาสครบรอบวันเกิด
นอกจากนี้ยังมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช พร้อมด้วยนางระเบียบรัตน์
ภรรยานำ ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคความหวังใหม่ รวมถึง ส.ส.ในพื้นที่ จ.นครพนม
และ ส.ส.สกลนครมาร่วมอวยพร

ขณะ เดียวกัน มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการตำรวจหลายนาย
มาร่วมมอบช่อดอกไม้อวยพร ในโอกาสนี้ พล.อ.ชวลิต ได้มอบ สมุดปกขาว ชื่อ
ยุทธศาสตร์แก้ไขความขัดแย้ง ที่เขียนขึ้นเอง รวบรวมเรื่องราวต่างๆ
ในประเทศไว้ พร้อมมอบเหรียญพระเครื่องหลวงปู่คำพันธุ์
เกจิชื่อดังนครพนมให้แก่ผู้มาร่วมงานด้วย

พล. อ.ชวลิต กล่าวในงานว่า การเดินทางมา จ.นครพนม
วันนี้มีเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง คือ การเปิดพิพิธภัณฑ์หอสมุดเมืองนครพนม
พร้อมเปิดหอเกียรติยศ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัด
รวบรวมประวัติความเป็นมาทุกเรื่องไว้ภายในให้ประชาชน
นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเยี่ยมชม และในโอกาสครบรอบวันเกิดเป็นปกติทุกปี
ที่ตนมาทำบุญร่วมกับชาวนครพนม
โดยที่ผ่านมาตนได้ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองมาตลอด

สิ่งสำคัญในช่วงประเทศชาติบ้านเมือง เกิดความแตกแยก
อยากขอร้องให้ทุกคนอย่า แบ่งแยกฝ่าย มาร่วมกันสร้างให้ประเทศชาติเจริญ
ใครเข้าไปบริหารหารงานก็ให้โอกาส
เช่นเดียวกับรัฐบาลต้องรอระยะเวลาให้บริหารงาน
เพราะตนเชื่อว่าการที่คนมีความคิดไม่เหมือนกันอาจจะเป็นเรื่องดีที่จะทำให้
เกิดสิ่งที่ดีขึ้น

สิ่ง สำคัญที่ตนอยากให้เกิดมากที่สุด
อยากให้ประชนชนทุกคนไม่มีความยากจน หลุดพ้นจากความยากจน
ทุกฝ่ายในประเทศชาติจะต้องร่วมกันแก้ไข ร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ
ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนจะต้องหันมาพัฒนาร่วมกัน
ขอให้เร่งแก้ไขเพื่อประชาชน

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ม็อบคนชรานครพนมบุกทวงเบี้ยยังชีพ แฉ อบต.หนองเวียงโยกโย้ไม่จ่ายนาน 8 เดือน

นครพนม-ม็อบคนชรา 17 หมู่บ้านบุกทวงเงินเบี้ยยังชีพกับ
อบต.หนองแวงอำเภอบ้านแพงนครพนมชี้ 7 เดือนยังไม่ได้รับเงิน
นายอำเภอรุดเคลียร์พบเหตุนายกฯปลัดหมุนเงินเบี้ยยังชีพใช้ผิดประเภท
สั่งตั้งกรรมการสอบ สุดรันทดหญิงชราผัวอัมพาตรอเม็ดเงินช่วยเหลือ

วันนี้(13 พ.ค.)ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง
ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้มีกลุ่มคนชราจำนวน 500 คน จาก 17
หมู่บ้านในตำบลหนองแวง นำโดยนายเสมียน ไชยนาม
ตัวแทนชาวบ้านมายื่นหนังสือเรื่องประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม
ต่อนายทองนาค ถาวร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง กรณีที่
อบต.ไม่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้คนชรา
พร้อมกับมีการเปิดเวทีโจมตีการบริหารงานของฝ่ายบริหาร และเจ้าหน้าที่ของ
อบต.ที่ไม่เห็นความสำคัญของคนชรา

นายเสมียน ไชยนาม ตัวแทนชาวบ้านเปิดเผยว่า
สาเหตุที่ตนและชาวบ้านมายื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมต่อผู้บริหาร
อบต.หนองแวงครั้งนี้นั้นสืบเนื่องมาจากประชาชนจาก 17 หมู่บ้านประมาณ 800
คน คือคนชราและพิการที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเบี้ยยังชีพเฉลี่ยคนละ 300
บาทและ 500 บาท/เดือนซึ่งเป็นเงินจากกระทรวงพัฒนาสังคมผ่านมาทาง
อบต.มอบให้กับชาวบ้าน

ในขณะนี้คนชราทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนมาก คือ
นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2551 จนกระทั่งถึงปัจจุบันปี 2552 รวม 7-8
เดือนแล้วทาง อบต.ยังไม่ดำเนินการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพคนชราหรือคนพิการเลยแม้แต่บาทเดียว
และ อบต.ก็โยกโย้การจ่ายเงินนี้มาตลอด ซึ่งชาวบ้านอยากรู้ว่า
จะจ่ายเงินหรือไม่ และเงินพวกตนตอนนี้อยู่ตรงไหนจึงมาพบ อบต.ครั้งนี้
ซึ่งจริงแล้วพวกตนก็รู้ว่าเงินส่วนนี้โอนมาแล้วและทราบว่า
อบต.เอาเงินเบี้ยยังชีพคนชราไปใช้จ่ายในงานอื่นๆ

นายเมธา ทวีกุลชัย
นายอำเภอบ้านแพงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอำเภอ
ซึ่งได้รุดมาเคลียร์สถานการณ์ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายเปิดเผยว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้หลังเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอำเภอดำเนินการตรวจสอบพบ
ว่า ผู้บริหาร อบต.และเจ้าหน้าที่ได้นำเงินเบี้ยยังชีพคนชราและคนพิการไปใช้จ่ายในโครงการ
พัฒนาอย่างอื่นๆก่อน
แทนที่จะกันเงินส่วนนี้มาให้ชาวบ้านซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการ
ใช้จ่ายเงินนำไปใช้ส่วนไหนบ้าง

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ระเบียบจุดนี้มันเปิดช่อง คือ
เม็ดเงินถ่ายโอนจะมาเป็นก้อนรวมโดยไม่ระบุว่าก้อนนี้จ่ายให้กับคนชราหรือคน
พิการแต่ให้อยู่ในดุลพินิจของ อบต.ว่าจะนำไปใช้ตรงไหนก็ได้
ขึ้นกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารว่าจะจัดสรรเงินอย่างไรที่จะไม่เกิดปัญหา

นายทองนาค ถาวร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง
เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว หลังชี้แจงกับชาวบ้านว่าจริงๆแล้วปัญหานี้เกิดขึ้น
ในยุคผู้บริหารคนก่อนที่หมดวาระไม่ได้กันเงินงบประมาณมาจ่ายเป็นเบี้ยยังชีพ
ชาวบ้าน และยังนำงบส่วนนี้ไปใช้ในโครงการอื่น
ซึ่งตนเพิ่งมารับตำแหน่งนายก อบต.หนองแวงในวันที่ 22
มีนาคมนี่เองแต่ตนก็ต้องรับผิดชอบ

ขณะนี้ อบต.ได้นำงบประมาณจำนวน 2 ล้านเศษ
ที่จะนำมาจ่ายเบี้ยยังชีพคนชราและคนพิการทั้งหมดจำนวน 800
คนในวันศุกร์นี้ ซึ่งชาวบ้านก็พอใจในระดับหนึ่ง ส่วนเงินเบี้ยยังชีพจำนวน
3 เดือนของปี 51 ที่ อบต.ติดค้างอยู่ตนไม่สามารถดำเนินการได้
ถ้าดำเนินการนำเงินปี 52 มาจ่ายปี 51
ตนก็มีความผิดเพราะมันเป็นเรื่องของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ชุดก่อน

ยายคำมี จันทะขิน อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 41 หมู่ 7 บ.นาพระชัย
เปิดเผยว่าเดือดร้อนมากตนอยู่กับสามีคือนายขินฯอายุ 75
ปีและป่วยเดินไม่ได้เป็นอัมพาตตนต้องเลี้ยงดูลูกก็ไม่มีใครอยู่ด้วยสักคน
แต่ละคนก็จนก็อาศัยเบี้ยงยังชีพสามีตนได้เดือนละ 500 บาท ตนได้เดือนละ
300 บาท 4-5 เดือนก็จะรับครั้งหนึ่ง แต่เมื่อ อบต.ไม่ให้ก็เดือดร้อนมาก
ไม่มีเงินซื้อยาให้สามีกินต้องยืมเงินเพื่อนบ้านมาใช้ก่อน
รอจนกว่าเงินเบี้ยยังชีพจาก อบต.จะมา

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สสจ.นครพนม มั่นใจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จะสามารถป้องกันได้

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
สำนัก งานสาธารณสุข จ.นครพนม มั่นใจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
จะสามารถป้องกันได้ พร้อมแนะนำประชาชนให้ออกกำลังกาย
รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ด้วยการกินร้อนช้อนกลางและล้างมือบ่อยๆ
จะสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไข้เลือดออกระบาดหนักชาวนครพนมป่วยแล้ว 25 ราย

นครพนม - โรคไข้เลือดออกที่นครพนมเริ่มระบาดหนักพบผู้ป่วยแล้ว 25
รายในพื้นที่ 3 อำเภอเร่งฉีดหมอกควันฆ่ายุงลาย
ส่วนสถานีอนามัยบ้านทุ่งมนตำบลคำเตยผนึกกำลังชุมชนรณรงค์ป้องกันยุงลายใน
หมู่บ้านและโรงเรียนรับเปิดเทอม

นายแพทย์เด่นชัย
ศรกิจนายแพทย์สาธารณสุขนครพนมเปิดเผยว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้
เลือดออกในปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ซึ่งนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วจำนวน
25 รายแต่ยังไม่มีการเสียชีวิต โดยพบในเขตพื้นที่ 3 อำเภอคือ อ.เมือง
อ.ท่าอุเทน อ.โพนสวรรค์
ซึ่งในช่วงนี้ย่างเข้าสู่หน้าฝนมีฝนตกนำท่วมขังตามภาชนะในครัวเรือนประชาชน
ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธ์อย่างดีสำหรับยุงลายมาก

สำหรับมาตรการป้องกันนั้นสำนักงานสาธารณสุขกำชับให้สาถานีอนามัยทุก
พื้นที่ ร่วมกับ
อสม.ออกรณรงค์ให้ความรู้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
ลายยกตัวอย่างที่บ้านทุ่งมน ต.คำเตย อ.เมือง
สถานีอนามัยบ้านทุ่งมนได้เปิดการณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก

ทั้งนี้ สถานีอนามัยบ้านทุ่งมนร่วมกับชาวบ้านในชุมชนผนึกกำลังกำจัดลูกน้ำยุงลาย
ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ตามครัวเรือนและโรงเรียนที่กำลังจะเปิดเทอม
นอกจากนี้ยังได้มีการพ่นนหมอกควันกำจัดยุงลายในพื้นที่ระบาดและไม่ระบาดด้วย

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052726

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สธ.ดึง อสม.แนวร่วมป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009

นครพนม - รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่นครพนม
ตรวจมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ชี้โรคนี้ทั่วโลกยังไม่มีวัคซีนป้องกัน เน้นดึง
อสม.เป็นแนวร่วมในการป้องกันโรคใกล้ตัวประชาชน

ที่จังหวัดนครพนม นายมานิต นพอมรบดี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะ
ลงพื้นที่มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ในพื้นที่ อาทิ
อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอนาทม และอำเภอบ้านแพง
พร้อมมอบวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และทรายอะเบตในการควบคุมป้องกันโรคไข้
เลือดออกแก่ อสม.ในการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามหมู่บ้านซึ่งช่วงนี้ถือว่าอันตรายมาก
เนื่องจากเริ่มเข้าสู่หน้าฝน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับ
อสม.ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการป้องกันควบคุมโรคซึ่งในปัจจุบัน
โรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นมากนอกเหนือจากโรคใกล้ตัวประชาชน

อาทิ โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ซึ่งปัจจุบันยังไม่วัคซีนรักษาบริษัทยาในต่างประเทศนำเชื้อวิจัยเพื่อผลิต
วัคซีนออกมารักโรคเฉพาะทางนี้อยู่ คาดว่า อีกประมาณ 6-7
เดือนจึงจะสำเร็จแต่ที่สำคัญวัคซีนชนิดนี้ต้องมีราคาแพงและประเทศที่ร่ำรวย
กว่าจะได้รับสิทธิ์ซื้อก่อนบ้านเราแน่นอน

"ดัง นั้น
ทางออกที่ดีที่สุดเราต้องช่วยกันวางมาตรการป้องกันควบคุมโรคให้เข้มงวดใน
พื้นที่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ โดยดึง
อสม.ที่มีทุกหมู่บ้านตรวจสอบเฝ้าระวังอาการชาวบ้านในชุมชนถ้าพบสิ่งปกติต้อง
รายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที ซึ่งไม่ได้จำกัดแต่โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
เท่านั้น ยังมี โรคเบาหวาน ไข้เลือดออก ความดัน
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวิธีป้องกันแต่เริ่มต้น"


ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051966