วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แม่ค้าตลาดสดปลาปากต้านรื้อตลาดเก่า - หวิดปะทะนายอำเภอ

นครพนม - แม่ค้าตลาดสดเทศบาลตำบลปลา ปาก จังหวัดนครพนม
ต้านการรื้อตลาดเก่าหวิดปะทะนายอำเภอ จี้เร่งแก้ปัญหา
ชี้ปมเหตุเกิดจากการเมือง ขณะที่ศาลสั่งชะลอโครงการไว้ก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า เย็นวานนี้ (21 ก.ค.)
ที่ตลาดสดหน้าเทศบาลตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม
ได้มีชาวบ้านกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ากว่า 200 คน นำโดยนางฉลาด เมืองใหม่ อายุ
45 ปี พร้อมด้วย นายวิลัย ทำเนา อายุ 55 ปี แกนนำ
รวมตัวชุมนุมประท้วงต่อต้านการรื้อถอนตลาดสดหลังเก่า
ขณะที่ทางเทศบาลตำบลปลาปากได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนเร่งด่วน
เพื่อดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ให้ผู้ประกอบการเช่า
พร้อมให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาดสดหลังเก่า
ย้ายไปขายที่ตลาดสดแห่งใหม่

แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้ากลับไม่ยอม
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
และมีสั่งให้ชะลอการรื้อถอน จนเกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้าน
ทำให้ทางอำเภอปลาปาก ต้องระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อส.เข้ารักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันการเกิดปะทะรุนแรงของทั้ง 2 ฝ่าย
ทางด้าน นายอำพัน ปิ่นประเสริฐ นายอำเภอปลาปาก
พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาเจรจากับบรรดาแม่ค้า
พร้อมนำเอกสารหนังสือ คำสั่งการของจังหวัด และศาลปกครอง ที่มีคำสั่ง
ให้ชะลอการรื้อถอนชั่วคราว จนกว่าคดีจะสิ้นสุด มาชี้แจง
จนเป็นที่พอใจของชาวพ่อค้า แม่ค้า ก่อนสลายตัวกลับ

นางฉลาด เมืองใหม่ อายุ 45 ปี กล่าวว่า
ในวันนี้ได้รวมตัวกันไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเทศบาลที่ให้เจ้าหน้าที่มาข่ม
ขู่ รื้อถอนตลาดเก่า เพื่อขับไล่ให้ย้ายไปขายที่ตลาดใหม่
แต่ชาวบ้านไม่ยอม เนื่องจากไกลจากชุมชน ขายของไม่ได้
ซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างขั้นตอนการฟ้องศาลปกครอง
และมีคำสั่งให้ชะลอการรื้อถอน
แต่เทศบาลไม่สนใจนำเจ้าหน้าที่เข้าพยามรื้อถอน แต่ยังไงชาวบ้านก็ไม่ยอม
เพราะพื้นที่แห่งนี้ทำค้าขายมาหลายสิบปีแล้ว เพียงต้องการให้ปรับปรุง
ไม่ให้ปรับย้ายไปที่อื่น ซึ่งจะขอต่อต้านให้ถึงที่สุด

ด้าน นายอำพัน ปิ่นประเสริฐ นายอำเภอปลาปาก กล่าวว่า สำหรับ
ข้อเท็จจริงกรณี พ่อค้า แม่ค้า
ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านการรื้อถอนตลาดเก่าของเทศบาล
โดยทางเทศบาลมีแผนการพัฒนา ปรับย้ายให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายที่ตลาดแห่งใหม่
ที่ใช้งบประมาณก่อสร้างไว้แล้ว แต่ทางบรรดาแม่ค้ากับไม่ยอม
ให้เหตุผลว่าไกลชุมชน ขายไม่ได้ จนเกิดข้อพิพาท จนแกนนำแม่ค้า
ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ล่าสุดทราบว่า ศาลให้ระงับการรื้อถอนชั่วคราว
จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
แต่ทางเทศบาลโต้แย้งว่าได้ยื่นเรื่องไปขออนุมัติดำเนินการกับทางจังหวัด
และธนารักษ์แล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นที่ราชพัสดุ จึงสามารถดำเนินการได้
ทำให้เกิดการโต้แย้งเป็นเหตุให้มีการชุมนุม ตนจึงนำเอกสารไปชี้แจงแม่ค้า
และเทศบาล ออกคำสั่งให้ระงับการรื้อถอน รอศาลปกครองตัดสิน
ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นตนมองว่า มีผลจากการเมือง
เรื่องความขัดแย้งของฝ่ายตรงข้ามกับผู้บริหารเทศบาลด้วย
ซึ่งจะได้เรียกทั้งแม่ค้า กับเทศบาลมาไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจ
หาทางแก้ไขโดยเร็ว

ส่วน นายวิทยา ศรีธิราช นายกเทศมนตรีตำบลปลากปาก กล่าวว่า
สำหรับการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่าง
โดยก่อนหน้านี้ทางจังหวัดมีเอกสารให้เทศบาลมีอำนาจดำเนินการได้
โดยมีโครงการรื้อถอนตลาดเก่า ปรับย้ายให้ออกไปขายที่ตลาดแห่งใหม่
ซึ่งห่างกันประมาณไม่ถึง 1 กม. เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์
สภาพแวดล้อม รวมถึงตลาดให้ถูกสุขลักษณะ
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตนยืนยันว่ามาจากการเมือง ที่มีฝ่ายตรงข้ามยุยง
ให้แตกแยก แต่ตนไม่ได้ใช้ความรุนแรง ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง
เพราะก่อนดำเนินการมีการทำประชาพิจารณ์แล้ว

ส่วน คำสั่งศาลตนไม่ได้รับเรื่อง เพิ่งทราบวันนี้
หากเกิดปัญหาแบบนี้ตนก็คงต้องรอคำสั่งศาล
อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการเมือง
ที่เกี่ยวกับคนส่วนน้อย
ซึ่งหากเป็นแบบนี้จะกระทบต่อการพัฒนาบ้านเมืองอย่างแน่นอน
จึงอยากให้ชาวบ้านคิดทบทวนอีกครั้ง เพื่อความเจริญของท้องถิ่น

ฟ้าปิด!ชาวนครพนมอดชมกบกินตะวัน - ผู้เฒ่าชี้อัปมงคลเคาะกะลาแก้เคล็ด

นครพนม - ชาวนครพนมตักบาตรริมโขงรับโชคปรากฎการณ์สุริยุปราคาแต่หมดโอกาศชมท้องฟ้าปิด
ขณะที่คนชราเรียกว่ากบกินตะวันชี้อัปมงคลจะเกิดเรื่องไม่ดีต่อบ้านเมืองต้อง
เคาะกระป๋อง กะลา ไล่ ขับไล่วิธีแก้เคล็ดสืบทอดกันมาแต่โบราณกว่า 1,000
ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ก.ค.) เวลา 07.00
น.ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนมผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ได้มีประชาชนนักเรียนนักศึกษาออกมาชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาจำนวนมากเพราะดวง
ตะวันจะโผล่พ้นเทือกเขาในเขตแขวงคำม่วน
สปป.ลาวและชมได้ชัดเจนมากท่ามกลางบรรยากาศลุ้นเต็มที่เพราะช่วง 1-2
วันมานี้

แต่ผลสุดท้ายก็สิ้นหวังอดชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ เพราะท้องฟ้าปิด
ฝนตก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในหลายโรงเรียน อาทิ
โรงเรียนนครพนมวิทยาคมได้เตรียมอุปกรณ์ไว้ชมกันอย่างคึกคักตั้งแต่เมื่อวาน
นี้

ขณะที่เทศบาลเมืองนายโชคดี มังคละคีรี นายวัฒนศักดิ์
เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนมพร้อมประชาชนนายพร้อมด้วยข้าราชการประชาชน
ได้ทำบุญตักบาตรยามเช้าเพื่อเป็นศิริมงคลให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองแต่ใน
ทางกลับกันที่คนรุ่นใหม่แห่เห่อชมการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา
หรือกบกินตะวัน และราหูอมพระอาทิตย์
นั้นคนชรารุ่นเก่ามีความเชื่อสืบทอดกันมาเป็นกว่า 1,000 ปี
ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีอัปมงคลอาจจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นในบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม ก็มีวิธีแก้เคล็ดทำมาแต่โบราณคือ ใช้วิธีเคาะกระป๋อง
กะลา หรือตีปิ๊บให้เกิดเสียงดัง เพื่อเป็นการขับไล่ลาหูออก
พร้อมอฐิษฐานขอพรให้เกิดสิ่งดีๆ แก่บ้านเมือง

ลุงบุญมา พรหมดี อายุ 76 ปี ชาวบ้านสำราญชนเผ่าแสก ต.อาจสามารถ
กล่าวว่า สำหรับ ปรากฏการณ์สุริยุปราคา หรือชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า
ราหูอมดวงอาทิตย์ ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย
ตั้งแต่ตนเกิดมาพึ่งเคยพบเห็นครั้งแรก เมื่อหลายสิบปีแล้ว
และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2
โดยตามความเชื่อโบราณสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณเป็นสิ่งอัปมงคลเชื่อว่าจะเกิด
สิ่งไม่ดีกับบ้านเมือง

แต่ในอดีตชาวบ้านจะใช้วิธีแก้เคล็ดด้วยวิธีการขับไล่ราหูด้วยการเคาะ
กระป๋อง กะลา หรือตีปิ๊บให้เกิดเสียงดัง ส่วนตามวัดต่างๆ ก็จะมีการตีกลอง
ตีฆ้อง เมื่อเหตุการณ์จบจากนั้นก็จะมีการอฐิษฐานขอพรพระราหู
ให้เกิดแต่สิ่งดีงาม ตามความเชื่อ

ทางด้าน นายพิเชฎฐ์ หลั่งทรัพย์ ประธานชมรมพระเครื่องนครพนม
กล่าวว่า ตามความเชื่อการเกิดสุริยุปราคา ถือเป็นสิ่งไม่ดี เนื่องจากราหู
หรือความมืดบดบังดวงอาทิตย์ ที่อาจเป็นรางบอกเหตุที่จะเกิดภัยพิบัติ
หรือการสูญเสียแก่บ้านเมือง
ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับสถานการณ์เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ในปัจจุบันก็เป็นได้ ซึ่งในส่วนของราหูนั้น
ตามความเชื่อในเครื่องรางถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่ดี
ที่สามารถปิดบังความชั่วร้าย ให้เกิดแต่สิ่งดีๆ ตามมา


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082655

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เลือกตั้ง อบต.นครพนมทำธุรกิจป้ายหาเสียงแข่งเดือด

นครพนม-ธุรกิจทำป้ายหาเสียงนครพนมแข่งดุ รับศึกเลือกตั้ง 66 อบต.
ลดราคากระหน่ำแผ่นละ 250 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนมว่า
ขณะนี้บรรยากาศการเลือกตั้งสนามท้องถิ่นคึกคักมากหลังจากที่
อบต.ทั้งจังหวัดจำนวน 66 แห่งจะหมดวาระลงในวันที่ 30
ก.ค.สิ้นเดือนจะถึงนี้โดยทาง
กกต.จังหวัดจะเปิดรับสมัครผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 3-7
สิงหาคมและลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 6 กันยายน
โดยขณะนี้บรรยากาศก่อนรับสมัครเต็มไปด้วยความเข้มข้นบรรดาผู้จะลงสมัครนายก
อบต.และ ส.อบต.ทั้งกลุ่มนักการเมืองเก่าและกลุ่มนักการเมืองใหม่ต่างพากันวิ่งจับ
ขั้วลงสนามในนามกลุ่มพร้อมการเปิดตัวที่จะลงสู่สนามเลือกตั้งอย่างเต็มตัว

ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันตั้งแต่ไก่โห่
โดยผู้สมัครแต่ละกลุ่มต่างว่าจ้างร้านทำป้ายผ้าพลาสติกแนะนำผู้สมัครนายกและ
ส.อบต.เพื่อนำไปติดแนะนำตัวตามหมู่บ้านตำบลและรถแห่เขตเลือกตั้งของตนอย่าง
คึกคักถึงแม้จะยังไม่ได้เบอร์ก็ตามซึ่งก็ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดในร้านทำ
ป้ายจำนวนมากโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองนครพนมที่มีร้านทำป้ายระดับมาตรฐานขณะ
ที่ต่างอำเภอไม่มีเครื่องสกรีนที่ทันสมัย

นางจันทร์หอม รัตนพรหม
เจ้าของร้านไทอาร์ตร้านทำป้ายแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองกล่าวว่าจากปัญหา
สภาพเศรษฐกิจซบเซา
ทำให้ธุรกิจป้ายโฆษณาซบเซามากส่วนใหญ่จะมีงานจากส่วนราชการแนะนำโครงการ
กิจกรรมต่างๆ

แต่หลังจากที่จะมีการเลือกตั้งทำให้ธุรกิจทำป้ายและตัดสติ๊กเกอร์
เริ่มคึกคักขึ้นโดยมีว่าที่ผู้สมัครมาว่าจ้างทำป้ายในนามกลุ่มมีผู้สมัคร
นายกและทีมงาน

ซึ่งจะเป็นป้ายผ้าพลาสติกเพราะเป็นช่วงหน้าฝนป้ายชนิดนี้กันฝนได้
แต่เนื่องจากธุรกิจมีการแข่งขันสูง
มีหลายร้านทำป้ายจึงต้องเอาใจลูกค้าลดราคาให้พิเศษในราคาป้ายละ 250 บาท
ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 3 เมตร
ส่วนโครงไม้ติดตามหมู่บ้านเป็นหน้าที่ของผู้สมัครซึ่งแต่ละกลุ่มจะสั่งทำตาม
จำนวนหมู่บ้านว่าในตำบลนั้นมีกี่หมู่บ้าน
ป้ายแต่ละป้ายจะเว้นช่องหมายเลขไว้เมื่อผู้สมัครได้เบอร์ก็พ่นสีเอาเอง.

ด้านนายธงชัย ชำนาญไพร ประธาน กกต.นครพนมกล่าวว่าขณะ
นี้ก่อนจะถึงวันเปิดรับสมัครก็ได้โหมประชาสัมพันธ์ทางวิทยุทั้งสถานีหลักและ
วิทยุชุมชนถึงกฏระเบียบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ลงเลือกตั้งพร้อมหใประชาชนตรวจ
สอบรายชื่อ

นอกจากนี้ยังส่งสายข่าวลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึกในพื้นที่จะสู้กัน
อย่างรุนแรงจับตาเป็นพิเศษพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเลือกคนดีอย่าเลือก
คนซื้อสิทธิ์ขายเสียงเข้ามาใน อบต.ของตนเอง

ศาลยกฟ้องใบแดงนายก อบจ.นครพนม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กรกฎาคม 2552 13:43 น.
นครพยม - นายก อบจ.นครพนมหลุดคดีใบแดง ศาลอุทรภาค 4 สั่งยกฟ้อง
พร้อมลุยงานจันทร์หน้า

นายสมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนมเปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนถูก
กกต.กลางมีคำสั่งให้ใบแดงด้วยข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งในเขตบ้านเสียวอำเภอ
ศรีสงครามและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา
ซึ่งหลังศาลอุทรภาค 4 รับคำฟ้องตนก็ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ซึ่งตนก็ได้นำพยานหลักฐานชี้แจงต่อศาลในการประกอบพิจารณาคดี

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.วานนี้ศาลอุทรภาค 4
กรุงเทพได้ตัดสินยกฟ้องคดีทุจริตเลือกตั้งของตนเนื่องจากขาดพยานหลักฐาน
เพราะหลักฐานที่กล่าวหาตนนั้นเป็นพยานเท็จซึ่งตนก็พร้อมปฏิบัติหน้าในวัน
จันทร์อาทิตย์หน้านี้

โดยความรู้สึกครั้งที่ถูกกล่าวหาจนกระทั่ง
กกต.แจกใบแดงจนถึงศาลรับคำฟ้อง
ตนก็ยอมรับว่าท้อในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนแต่ตนก็พยายามพิสูจน์ให้ศาลรับทราบ
เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้สังคมเห็นซึ่งตนก็เชื่อว่าความยุติธรรมมีจริงถึง
แม้ศาลจะตัดสินออกมาเช่นไรตนก็ยอมรับแต่ตนก็เชื่อมั่นว่าต้องหลุดในคดีนี้
เพราะเริ่มต้นหลัง
กกต.รับเรื่องร้องเรียนตรวจสอบก่อนที่จะออกใบแดงให้ตนนั้น
กกต.ไม่เคยเรียกตนไปสอบสวนเลยแต่กลับเรียกคนอื่นไปให้การ
เมื่อเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลตนจึงสู้และหลุดในที่สุดซึ่งตนก็ดีใจมาก

ซึ่ง ช่วงที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
ทุกครั้งที่ไปพบชาวบ้านที่ไหนหรืองานกิจกรรมใดก็จะถูกถามจะด้วยความหวังดี
ประสงค์ร้ายก็ตามตนก็พยายามออกพบประชาชนอย่างต่อเนื่อง"

นายธงชัย ชำนาญไพร
กล่าวอีกว่าสำหรับคดีความการเมืองที่มีการฟ้องร้องกันในการทุจริตเลือกตั้ง
กรณีนายสมชอบ นิติพจน์ นายก
อบจ.นครพนมนั้นเป็นการพิจารณาคดีของศาลอุทรภาค 4 เพราะเมื่อ
กกต.สั่งให้ใบแดงหลังรับตำแหน่งกระบวนการสุดท้ายต้องศาลตัดสินถึงจะสิ้นสุด
ซึ่งผู้กล่าวหาสามารถนำพยานหลักฐานชี้แจงต่อศาลได้เมื่อศาลยกฟ้องกรณีนี้ก็
ถือว่าสิ้นสุดตามกระบวนการสามารถขึ้นปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุบัติเหตุรถพ่วงขนสินค้าตกแพจมน้ำโขง

นครพนม - เกิดอุบัติเหตุรถขนส่งสินค้าพลัดตกแพขนานยนต์ในลำแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม
เหตุน้ำโขงไหลเชี่ยว
ขณะที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงส่งนักประดาน้ำนำรถเครน
รุดช่วยเหลือ

วันนี้(15 ก.ค.) เวลา 17.30
น.ที่บริเวณท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าของจังหวัดนครพนมและแขวงคำม่วน
สปป.ลาว ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในลำน้ำโขงห่างจากฝั่งไทยประมาณ 10 เมตร
ขณะเรือแพขนานยนต์บรรทุกรถตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่กลับจากส่งสินค้าในแขวง
แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ก่อนที่จะเข้าเทียบท่าที่ฝั่งนครพนมได้เสียหลักไหลลื่นตกจากแพขนานยนต์จมใต้
ลำน้ำโขงเกือบจมมิดแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าแพเสียหลักเอียงเพราะน้ำโขงไหลเชี่ยวจนเกิดน้ำวนทำให้รถไถลตกน้ำโขง

ล่าสุดหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนมได้นำรถเครนและนักประดาน้ำมาช่วยเหลือเพื่อดึงรถขึ้นฝั่งแล้ว

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฉวยโอกาส! หน้ากากป้องหวัด 09 นครพนมแพงลิ่ว อันละ 100 บาท

นครพนม - สสจ.นครพนมร่วมกับโรงพยาบาลจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจคัดครองผู้ป่วยตามสถาน
ศึกษา ป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุดพบผู้ป่วยแล้ว 13 ราย
ขณะที่หน้ากากราคาพุ่งอันละ 100 บาท และเริ่มขาดแคลน

ที่จังหวัดนครพนม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ได้พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยนายแพทย์ธีระพล
โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดนครพนม กล่าวว่า
ล่าสุดขณะนี้พบผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 เข้ารักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ
ในพื้นที่ จ.นครพนม แล้ว รวม 13 ราย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 5-17 ปี
และรอผลตรวจอีก จำนวน 6 ราย

สำหรับมาตรการป้องกันสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกับโรงพยาบาลนครพนม
จัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจคัดกรองหาผู้ป่วยที่มีอาการเป็นไข้หวัดตามสถาน
ศึกษาต่างๆ ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.นครพนม
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในกลุ่มเยาวชน นักเรียน
นักศึกษา ซึ่งหากตรวจพบเด็กคนไหนมีไข้
หรือมีอาการต้องสงสัยก็จะนำตัวไปตรวจที่โรงพยาบาล พร้อมแจกหน้ากากปิดจมูก
และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแก่นักเรียนนักศึกษา

โดย ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า
ขณะนี้ประชาชนเริ่มหวาดวิตกถึงการแพร่ระบาดของโรคและหาวิธีการป้องกันโดยหา
ซื้อหน้ากากปิดปากจมูกมาสวมใส่มากขึ้นพร้อมกับซื้อให้บุตรหลานสวมใส่ไป
โรงเรียนทำให้มีความต้องการหน้ากากสูงมาก เริ่มขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น
ตามร้านขายยา หรือซูเปอร์มาร์เกต ขายกันในราคาหน้ากากละ 100 บาท
ซึ่งขณะนี้เป็นที่ต้องการของประชาชนมากโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมือง

นางน้อย ขันธิวัตร อายุ 25 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า
ตนมีบุตรชายเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาล 1 คน
โดยทางโรงเรียนได้มีมาตรการป้องกันโดยให้เด็กสวมใส่หน้ากากมาโรงเรียนทุกคน
แต่ไม่ได้แจกหน้ากาก
จึงจำเป็นต้องไปหาซื้อให้ลูกใส่ที่มีจำหน่ายในร้านขายยา โดยขายกันในราคา
100 บาท ถึงแม้เงินจะไม่ค่อยมีแต่ก็ต้องควักเงินซื้อเพื่อความปลอดภัยของลูก

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทหารกล้านครพนมพลีชีพรักษาแผ่นดินอีกราย

ทหารกล้านครพนมพลีชีพรักษาแผ่นดินอีกราย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 กรกฎาคม 2552 10:41 น.
นครพนม - ทหารค่ายพระยอดเมืองขวางนครพนมดับ 1 สังเวยไฟใต้
ตั้งกองเกียรติยศรับสมเกียรติ

คืนที่ผ่านมา (9 ก.ค.) เวลา 20.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามบินจังหวัดนครพนมว่า
ได้มีการตั้งกองทหารเกียรติยศในการรอรับศพ ส.อ.ปัญญา ภูนาเพชร อายุ 47 ปี
นายทหารเสนารักษ์ประจำกองพันทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง
จังหวัดนครพนม ที่ถูกกับระเบิดกลุ่มโจรใต้เสียชีวิตในเขตอำเภอยะรัง
จ.ปัตตานี ในเช้าวันนี้
โดยศพจะลำเลียงทางเครื่องบินมาลงที่สนามบินนครพนมประมาณ 22.00 น.คืนนี้

นางจรัสศรี ภูนาเพชร อายุ 41 ปี ภรรยา เปิดเผยว่า
สามีเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ราวเดือนเมษายน มีบุตรด้วยกัน 3 คน
คนโตเป็นหญิงเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคนครพนม อีก 2 คนเป็นลูกชายฝาแฝด
ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตในตอนเช้า
ตอนกลางคืนก็โทร.มาหาตนว่าพรุ่งนี้เช้าจะเดินทางคุ้มครองครูก่อนที่จะโดนกับ
ระเบิดเสียชีวิต ตนเสียใจมากเพราะขาดเสาหลักของครอบครัว
แต่ภูมิใจที่สามีได้ทำหน้าที่ปกป้องชาติด้วยชีวิต ทั้งนี้
ศพจะนำไปประกอบพิธีที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม
และประชุมเพลิงพระราชทานวันที่ 13 ก.ค.ที่จะถึงนี้

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จ.นครพนม พร้อมใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เข้ารับบริการในสถานพยาบาลแทนบัตรทอง

จ.นครพนม พร้อมใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เข้ารับบริการในสถานพยาบาลแทนบัตรทอง
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
จังหวัด นครพนม พร้อมใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
เข้ารับบริการในสถานพยาบาลแทนบัตรทองตั้งแต่ 6
กรกฎาคมนี้เพื่อความสะดวกไม่ต้องพกบัตรหลายใบ ตามนโยบายรัฐบาล
ที่ต้องการบูรณาการบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรที่ออกโดยส่วนราชการ
ให้ใช้เพียงบัตรเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
โดนมีการร่วมกันระหว่างแต่ละกระทรวงใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ
ในการให้บริการผู้ป่วย โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
ไม่ต้องใช้บัตรทองในการเข้ารับการรักษาพยาบาล
ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น นายแพทย์เด่นชัย ศรกิจ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า
จังหวัดนครพนมได้รับการคัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องในระยะที่ 2
ซึ่งจะเริ่มให้บริการใช้บัตรประจำตัวประชาชน แทนบัตรทองได้ ตั้งแต่วันที่
6 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เช่น
กลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 15 ปี และกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป
สามารถแสดงเอกสารอื่น ๆ เช่น สูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้านแทนบัตรทองได้
สำหรับประชาชนที่มีบัตรประจำตัวประชาชนแบบเก่า ให้ไปขอเปลี่ยนบัตร
เป็นบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่
จะสะดวกในการรับบริการด้านรักษาพยาบาล สอบถามรายละเอียดได้ที่
สายด่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง

พุทธศาสนิกชนแห่นมัสการพระธาตุพนมคึกคัก

นครพนม - วัดพระธาตุพนมคึกคักนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวลาว
ร่วมทำบุญเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมเนื่องในวันอาสาฬบูชาและวันเข้าพรรษา

วันนี้ (7 ก.ค.) ที่วัดพระธาตุพนมวรวิหาร อำเภอธาตุพนม
จังหวัดนครพนม มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวลาว จำนวนมาก
เดินทางเข้ามานมัสการองค์พระธาตุพนม
และเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมเป็นพุทธบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล
บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน
โดยทางวัดได้จัดธูปเทียนดอกไม้บูชาบริการประชาชนและแสดงธรรมเทศนาทั้งกลาง
วันและกลางคืน

สำหรับองค์พระธาตุพนม เป็นสถานที่สำคัญของพุทธศาสนา
บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยพระมหากัสปะเจ้า
นำพระอุรังคธาตุกระดูกส่วนหน้าอกมาประดิษฐานที่พระธาตุแห่งนี้ เมื่อปี
พ.ศ.8 หลังพระพุทธองค์ปรินิพานเพื่อให้ชาวไทยและชาวลาวในยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน
กราบไว้มากว่า 2,500 ปีแล้ว

นรข.นครพนมยิงถล่มนักค้ายาเสพติดหวิดดับ-ยึดของกลางกัญชาอัดแท่ง

นครพนม-ชุดปราบปรามยาเสพติดทหารเรือ
นครพนมยิงถล่มรถขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติพรุน คนขับหวิดดับ
พร้อมยึดของกลางกัญชาอัดแท่ง
หลังผู้ต้องหาขับรถพุ่งชนผ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น

วันนี้(4 ก.ค.) เวลา 13.00
น.ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
จังหวัดนครพนม นาวาเอกวุฒิไกร ปั้นดี เสธนาธิการหน่วยเรือ
นรข.ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาพลเรือตรีอดุงสวัวดิ์ พุ่มพวง
ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
เปิดแถลงข่าวหลังเจ้าหน้าที่สถานีเรืออำเภอธาตุพนมได้จับกุมขบวนการค้ากัญชา
ข้ามชาติ โดยจับกุมนายประยงค์ ศรีสุวรรณ อายุ 40 ปี เลขที่ 18 หมู่ 8
ต.ดงชน อ.เมือง จ.สกลนคร นายเชน ก้อนกงไกว อายุ 29 ปี เลขที่ 505/3
ซ.คูเมือง 3 ถ.คูเมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง
จ.สกลนครพร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งจำนวน90 แท่ง 90 กิโลกรัม
และรถยนต์ยี่ห้อมาสด้าสีนำเงินทะเบียน กก 4281 สิงห์บุรี 1 คัน

น.ต.พฤฒิชัย มหสธน หน.สถานีเรือธาตุพนมเปิดเผยว่า
เหตุการณ์ระทึกในช่วงจับกุมเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนนี้เวลา 01.00 น.
หลังสืบทราบว่าสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงกัญชาอัดแท่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
สปป.ลาว โดยขึ้นฝั่งในเขตบ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ
อ.เมืองซึ่งเป็นหมู่บ้านติดริมฝั่งแม่น้ำโขง
จึงได้นำกำลังชุดหนึ่งไปดักซุ่มและอีกชุดหนึ่งดักบริเวณ 3
แยกบายพลาสเขตบ้านน้อยใต้เขตเทศบาลเมืองซึ่งเป็นเส้นทางรอบเมืองตัดสู่
จังหวัดสกลนคร

ขณะนั้นเองรถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งขึ้นมาจากถนนริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่ง
เป็นป่าด้วยความเร็วน่าสงสัยเจ้าหน้าที่จึงกวดไล่ติดตามพร้อมวิทยุให้กำลัง
ที่ดักรอสกัดตรวจค้นรถแต่ขณะที่เจ้าหน้าดักสกัดแสดงตัวตรวจค้นรถผู้ต้องหา
ทั้ง 2 เห็นเจ้าหน้าที่ได้ขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเส้นทางเดชะบุญหลบทัน
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจยิงสกัดรถคนดังกล่าวนับ 10 นัด
จนรถยางแตกกระสุนอีก 5 -6 นัดเจาะข้างประตูคนขับ ส่งผลให้นายประยงค์
ศรีสุวรรณ คนขับถูกกระสุนเจาะตรงหลังด้านซ้าย 1 นัดได้รับบาดเจ็บ
ก่อนที่จะจำนนมอบตัวเพราะยางรถแตกทั้ง 2 ล้อ

นายประยงค์ ศรีสุวรรณ
ผู้ต้องหาคนขับรถรับสารภาพว่าตนได้รับว่าจ้างจากนุนทุนที่จังหวัดสกลนครมาขน
กัญชาในพื้นที่บ้านหนองจันทร์ 2 ครั้งแล้วได้ค่าจ้าง 20,000
บาทเมื่อขับรถมาถึงพื้นที่ริมโขงจะมีชาวลาวขนกัญชามาให้ถึงฝั่งและขนขึ้นรถ
ช่วยโดยประสานงานทางโทรศัพท์ถึงจุดพื้นที่รับของเมื่อตนขนถึงจังหวัดสกลนคร
ก็จะจบหน้าที่รับเงินแบ่งกันส่วนนายทุนจะว่าจ้างไปส่งที่กรุงเทพก็ว่ากันอีก
ครั้งหนึ่ง

นาวาเอกวุฒิไกร ปั้นดี กล่าวอีกว่ากัญชาล๊อตนี้จะมีมูลค่าถึง 3
ล้านบาทปลายทางคือแถบภาคกลางจังหวัดพัทยาและภาคใต้เพื่อขายให้ชาวต่างชาติ
เสพและจากการสืบทราบราคากัญชาในฝั่งลาวซื้อขาย ก.ก.ละ 2,5000 บาท
ถึงฝั่งนครพนมกิโลกรัมละ 3,000
บาทและจะมีราคาแพงขึ้นตามความไกลของระยะทาง
ในปัจจุบันผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ทุกสถานีเรือตลอดแนวลำน้ำโขงสกัดกั้น
ทุกรูปแบบ.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075867

ฝรั่งไอริชแต่งกระเทยนครพนมสินสอด 2.8 ล้าน

นครพนม-ฝรั่งชาวไอร์แลนด์ วัย 47 ปีหลงเสน่ห์กระเทยนครพนมทุ่มสินสอด 2.8
ล้านแต่งสาวประเภท 2 วัย 35 ปี จัดพิธียิ่งใหญ่โต๊ะจีนกลางสนามกีฬากว่า
200 โต๊ะ เจ้าสาวเปิดใจพบรักที่พัทยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนาหลวง ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม
ได้มีพิธีจัดสมรสขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างฝรั่งชาวไอร์แลนด์กับสาวประเภท
2 ชาวบ้านนาหลวง ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านเดียวกับนายเดวิด
อินทรี นักร้องเพื่อชีวิตชื่อดังโดยบ้านงานจัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 195
ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าสาวคือ นายผจญ โพชราษฎร อายุ 35 ปี
ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น พิชญา โพชราษฎร หรือน้องญา สาวประเภท 2

โดยเจ้าบ่าวเรายนี้คือมิสเตอร์วิลเลี่ยม เจมส์บราว อายุ 47 ปี
ฝรั่งชาวไอร์แลนด์เหนือ มีขบวนแห่ขันหมาก
พร้อมมีขบวนฟ้อนวัฒนธรรมแบบชาวอีสาน
เพื่อไปเข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญที่สถานที่จัดงานพิธี ในสนามกีฬาบ้านนาหลวง
ที่มีการจัดพิธียิ่งใหญ่จัดโต๊ะจีนนับ 200 โต๊ะ มีญาติพี่น้อง
เพื่อนสนิทเพื่อนชาวต่างชาติ ที่มีภรรยาชาวนครพนมและชาวบ้าน
ร่วมงานอย่างอบอุ่น

เมื่อสอบถามนายพิชญา โพชราษฎร
ผู้เป็นเจ้าสาวกล่าวว่าวันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมพิธี
บายศรีสู่ขวัญเป็นเจ้าสาวและตนก็ไม่คาดคิดว่าจะมีวันนี้ขึ้นถึงแม้ตนจะเกิด
มาเป็นผู้ชาย แต่ตนรู้สึกว่ามีความเป็นหญิงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
และได้แปลงเพศมานานหลายปีแล้ว
โดยใช้เงินที่ตนเก็บไว้จากการทำร้านเสริมสวย

ส่วนที่มาของการพบเจ้าบ่าว นั้นมาจากที่บ้านฐานะยากจน
พอเรียนจบชั้นประถมต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
จนกระทั่งตนไปทำงานที่พัทยา จึงได้มีโอกาสพบเจ้าบ่าวโดยบังเอิญ
ขณะที่เจ้าบ่าวประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ตนพบเห็นจึงไปช่วยเหลือ
จึงเกิดความประทับใจ ติดต่อคบกันมานานกว่าปี
จนกระได้ตัดสินใจแต่งงานตามประเพณีอีสาน ให้เป็นความภาคภูมิใจของแม่ คือ
นางคำเหลือง โพชราษฎร อายุ 73 ปี ในบั้นปลายชีวิต
ส่วนพ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว ซึ่งตนมีพี่น้องทั้งมด 6 คน ตนเป็นคนที่ 5

นายพิชญา กล่าวอีกว่า สำหรับค่าสินสอดได้ตกลงเป็นเงินสดจำนวน 5
แสนบาท พร้อมสร้อยเพชร จำนวน 2 เส้น แหวนเพชร 2 วง และ
รถยนต์เก๋งอีกจำนวน 1 คัน รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 2.8 ล้านบาท
ซึ่งหลังแต่งงานก็จะใช้ชีวิตอยู่ที่นครพนม ดูแลแม่
และตนมีกิจการส่วนตัวคือร้านอาหารกับ ร้านเสริมสวย

ส่วนโปรแกรมฮันนีมูนหลังแต่งจะไปเที่ยวประเทศฮ่องกง
ส่วนเรื่องใครจะคิดยังไงที่ตนเป็นสาวประเภทสอง ตนไม่สนใจ
เพราะสำคัญอยู่ที่ทั้งสองรักกัน และเจ้าบ่าวก็ไม่เคยรังเกียจ
เพราะตนมีจิตใจเป็นหญิง ดูแลทุกอย่าง และชอบทำงานด้วย

ทางด้าน มิสเตอร์วิลเลี่ยม เจมส์บราว อายุ 47 ปี เจ้าบ่าว
กล่าวความรู้สึกเป็นภาษาฝรั่ง ผ่านเจ้าสาวว่า
วันนี้ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าพิธีแต่งงานแบบไทย
ถึงแม้เจ้าสาวจะไม่ใช่หญิงแท้ แต่ตนก็ภูมิใจ เพราะเจ้าสาวนิสัยดี
รู้จักทำงาน ตั้งแต่คบกันก็ดูแลมาตลอด
จนกระทั่งแต่งงานเจ้าสาวก็ยืนยันจะทำอาชีพที่เคยทำอยู่คือเสริมสวย
และก็ทำร้านอาหารในตัวเมืองนครพนมที่ตนลงทุนให้
สำหรับการพบรักกับเจ้าสาวตนถือไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นความเข้าใจมากกว่า
และพร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นครพนม

ส่วนนางคำเหลือง โพชราษฎร อายุ 73 ปี แม่เจ้าสาว กล่าวว่า
ตนรู้สึกดีใจที่ลูกได้แต่งงาน ถึงแม้ลูกจะไม่ใช่หญิงแท้
แต่เค้ามีความเป็นหญิงมาตั้งแต่เกิด ซึ่งตนมีลูกทั้งหมด 6 คน หญิง 3 คน
ชาย 3 คน แต่น้องญา ถือเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ถึงแม้ใครจะคิดยังไงก็ตาม
ตนไม่สนใจเพราะตนถือว่าลูกเป็นคนดี มีอาชีพสุจริต
ถือเป็นความสุขในบั้นปลายชีวิต เพราะที่ผ่านมาถึงลูกจะเป็นสาวประเพศ 2
ญาติพี่น้องก็ไม่เคยรังเกียจรักกันทุกคน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075753